วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558

Porsche Panamera Turbo ซีดานหรูเครื่องแรง

อีกหนึ่งแบรนด์รถซุปเปอร์คาร์สุดหรูที่ชาวไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ก็คงจะหนีไม่พ้น ปอร์เช่ ซึ่งถือว่าร้อนแรงด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่มีกำลังสุงและรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง โดยล่าสุดนั้นพวกเขาพร้อมแล้วที่จะส่งทีเด็ดอย่าง Porsche Panamera  Turbo มาเขย่าวงการความเร็วกันแล้ว และเชื่อได้เลยว่างานนี้ใครที่เป็นสาวกของ ปอร์เช่ จะต้องชื่นชอบมันอย่างแน่นอน

สำหรับรถซุปเปอร์คาร์อย่าง ปอร์เช่ พานามีร่า เทอร์โบ นี้ก็ต้องถือเป็นซุปเปอร์คาร์ พันธุ์แรงสะท้านทรวง ของปอร์เช่ อีกรุ่นหนึ่งจากตระกูลดังอย่าง Panamera ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นคือการมี 4 ประตูเหมือนรถซีดานหรูหราทั่วไป  โดยมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ถึง 4,800 ซีซี จำนวน 8 สูบ โดยเป็นเครื่องยนต์แบบ V engine สามารถให้กำลังสูงสุดถึง 520 แรงม้า โดยมีอัตราการอัดอยู่ที่ 10.5 : 1 โดยที่มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเพียง 3.9  วินาที เท่านั้น โดยมันทำความเร็วได้สูงสุดถึง 188 ไมล์ต่อชั่วโมง เรียกว่าแรงถึงใจกันเลยทีเดียว
ทางด้านของระบบเกียร์นั้น Porsche Panamera  Turbo ก็มาพร้อมกับระบบเกียร์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง Porsche Doppelkupplung  ในแบบ 7 สปีด ซึ่งมีส่วนช่วยให้สมรรถนะในการขับขี่เป็นไปอย่างคล่องตัวไร้กังวล และที่สำคัญนั้นมันมาพร้อมกับความปลอดภัยที่ติดมาพร้อมกับตัวรถด้วยระบบเบรกแบบ ABS อันทรงประสิทธิภาพ ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานในแบบ 6-piston fixed aluminum monobloc calipers ที่ด้านหน้าส่วนด้านหลังเป็นแบบ 4 4-piston fixed aluminum monobloc calipers  ถือว่าเป็นระบบความปลอดภัยที่เหมาะสมกับชุปเปอร์คาร์แรงๆ แบบนี้
ในส่วนการออกแบบเฟรมนั้นได้รับการออกแบบให้เป็นแบบ Fully galvanized lightweight bodyshell in steel  เอกสิทธิ์เฉพาะ และทำจากวัสดุอย่าง aluminum hybrid design โดยมีการออกแบบตัวบอดี้ให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยโดดเด่นด้วยตัวถังที่ใหญ่โตตามแบบรถซีดาน แต่ยังคงเอกลักษณ์ตามสไตส์ของปอร์เช่เอาไว้อย่างเหนียวแน่น พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนแบบ Porsche Active Suspension Management อีกด้วย
สำหรับภายในห้องโดยสารมีจำนวนสี่ที่นั่ง โดยเบาะเป็นหนังแท้มีสีให้เลือกทั้งสีเบจ สีครีม สีแดงเลือดนก สีดำ และสีม่วงอ่อน ตามแต่สีของตัวบอดี้รถ ในส่วนของคอนโซลและพวงมาลัยก็ได้รับการบรรจุเทคโนโลยีสุดล้ำไว้อย่างมากมาย ช่วยให้การขับขี่ของคุณสะดวกสบายและสัมผัสความแรงได้อย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว
ทางด้านของราคาขาย Porsche Panamera  Turbo นั้นจะมีการเคาะราคาขายกันออกมาที่ 141,300 ดอลล่าห์สหรัฐ เรียกว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าอย่างมากกับสมรรถนะที่สุดแสนจะเหนือชั้น

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

Lamborghini GALLARDO LP 560-4 BICOLORE ซุปเปอร์คาร์พันธุ์แรงจากอิตาลี

สำหรับซุปเปอร์คาร์พันธุ์แรงจากแดนมักกะโรนีอย่าง ลัมบอร์กินี่ แล้วถือว่าไม่เป็นสองรองใครทางด้านของความแรงและความโฉบเฉี่ยวสวยงามบาดตาบาดใจ และความนี้เราจะพาคุณมาสัมผัสกับความแรงของเจ้ากระทิงเปลี่ยวตัวแรงอย่าง Lamborghini GALLARDO LP 560-4 BICOLORE ดูว่าจะแรงสะใจกันแค่ไหน
โดยสำหรับ ลัมบอร์กินี่ กลาลาโด้ แอลพี 560-4 ไบโคโรเร่ นั้นถือว่าเป็นรุ่นพิมพ์นิยมอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว และเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น LP-550-2  BICOLORE  โดยมันมาพร้อมกับสมรรถนะขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาดถึง 5,204 ซีซี ซึ่งมีสเปคของเครื่องยนต์เป็นแบบ V 90 จำนวน 10 สูบ แบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ในแบบ common-pin crankshaft  ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด
โดยมีอัตราการอัดอยู่ที่ 12.5 :1 และอัตราแรงบิดอยู่ที่ 540 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที โดยมีระบบจัดการเครื่องยนต์เป็นแบบ Bosch MED 9 ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของลัมบอร์กินี่ นอกจากนี้แล้วยังมีระบบทำความเย็นของเครื่องยนต์ที่เป็นแบบ Engine and Gearbox radiator ผสานการทำงานกับ Cooling System Oil อีกด้วย เรียกว่าสมรรถนะสูงเกินห้ามใจเลยจริงๆ
ในส่วนของระบบเกียร์นั้น พกพาระบบเกียร์มาแบบ 6 สปีด + reverse โดยมีฟังก์ชั่นเสริมที่เป็นแบบ A optional, robotized sequential e-Gear system สามารถทำงานร่วมกับระบบคลัทช์แบบ Double plate ขนาด 215 mm ได้อย่างลงตัว ทำให้การเคลื่อนตัวของรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ Lamborghini GALLARDO LP 560-4 BICOLORE สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่มีอัตราการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใช้เวลาเพียงแค่ 3.7 วินาทีเท่านั้น
ทางด้านของระบบเบรกนั้นก็น่าสนใจไม่น้อยกับระบบเบรกแบบ Power vacuum ที่มี aluminium alloy callipers โดยที่ด้านหน้าจะเป็นแบบ 8-cylinder front calipers และด้านหลังเป็นแบบ 4-cylinder rear caliper สามารถหยุดรถได้อย่างใจสั่งเลยทีเดียว
สำหรับโครงสร้างเฟรมเป็นแบบ Structural aluminium space frame  โดยใช้วัสดุอย่าง aluminium extruded parts  ในขณะที่ตัวบอดี้จะเป็นแบบ Aluminium with thermoplastic โดยเป็นแบบ hang-on parts โดยให้ความแข็งแรงทนทานและมีน้ำหนักที่เบาช่วยให้มันสามารถทำความเร็วได้เป็นอย่างดี โดยมีช่วงล่างที่แข็งแกร่งอย่างมาก เพราะมีระบบกันสะเทือนเป็นแบบ Aluminium double-wishbone front and rear suspension system ที่มีประสิทธิภาพสูง
โดยสำหรับตัวบอดี้นั้นได้รับการออกแบบให้มีสไตส์ที่โฉบเฉี่ยวตามแบบฉบับของลัมบอร์กินี่ ทางด้านภายในของตัวรถ Lamborghini GALLARDO LP 560-4 BICOLORE เน้นสีเข้มคือสีดำทั้งเบาะนั่งหนังแท้ตัดเย็บอย่างประณีตและแผงคอนโซลสีดำที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีระดับสูง ส่วนหน้าปัดแสดงมาตรวัดค่าต่างๆ นั้นก็เป็นแบบดิจิตอลผสมกับแบบอนาล็อค พร้อมถุงลมนิรภัยทุกรอบห้องโดยสาร
มาดูกันที่ราคาของ Lamborghini GALLARDO LP 560-4 BICOLORE นั้น มีการรายงานออกมาแล้วว่าจะเคาะราคาขายกันออกมาที่ 198,900 ดอลล่าห์สหรัฐ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับซูเปอร์คาร์แรงๆ แบบนี้

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

Lamborghini GALLARDO LP 550-2 ซุปเปอร์คาร์แรงๆจากแดนอิตาลี

ทางด้านความแรงที่เหนือระดับของสุดยอดซุปเปอร์คาร์นั้น แน่นอนเลยว่าต้องไม่มีใครไม่รู้จักความแรงของรถดังจากแดนอิตาลีอย่าง ลัมบอร์กินี่ และล่าสุดนั้นมันก็พกพาความแรงมากับ Lamborghini GALLARDO LP 550-2 อีกหนึ่งรุ่นที่ร้อนแรงแห่งยุคเลยทีเดียว
สำหรับสมรรถนะความแรงของ Lamborghini GALLARDO LP 550-2 นั้นถือว่าเป็นซูเปอร์คาร์อีกรุ่นของ ลัมบอร์กินี่ ที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นพิมพ์นิยมอีกรุ่น โดยความแรงของมันนั้น มันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาดความจุถึง 5,204 ซีซี ด้วยเครื่องยนต์ในแบบ V 90 ชนิด จำนวน 10 สูบ common-pin crankshaft โดยเป็นแบบ DOHC 4 valves โดยที่จะควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด
นอกจากนี้แล้วยังอัตราการอัดอยู่ที่ 12.5 :1 ส่วนแรงบิดอยู่ที่ 540 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที โดยที่จะมีระบบจัดการเครื่องยนต์นั้นเป็นแบบ Bosch MED 9 โดยมีระบบทำความเย็นเครื่องยนต์เป็นแบบ Two water radiators ที่ทำงานควบคู่กับ engine and gearbox radiator with oil-to-water cooling system ถือว่าเป็นสเปคเครื่องยนต์ที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ทางด้านของระบบเกียร์นั้นก็มาพร้อมกับระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ที่ทำให้ ลัมบอร์กินี่  กลาลาโด้ แอลพี 550-2 นั้นร้อนแรงเกินใครเมื่อมันทำงานร่วมกับระบบระบบคลัทช์แบบ Double plate ขนาด 215 mm ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างร้องแรงตามสไตส์ของซูเปอร์คาร์ชั้นเลิศ Lamborghini GALLARDO LP 550-2 สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลาเพียง 3.9 วินาทีเท่านั้นเอง ทางด้านของความปลดภัยนั้นมันก็มาพร้อมกับระบบเบรกแบบ Power vacuum, aluminium alloy callipers โดยที่ด้านหน้าจะเป็นแบบ 8-cylinder front calipers ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 4-cylinder rear caliper สามารถใช้ระยะเบรคที่ต่ำอย่างยิ่ง
มาดูกันต่อที่รูปลักษณ์ภายนอกกันบ้าง ต้องบอกเลยว่า Lamborghini GALLARDO LP 550-2 นั้นได้รับการออกแบบให้มีเฟรมในแบบ Structural aluminium space frame โดยเลือกใช้วัสดุอย่าง aluminium extruded parts ในการผลิต ในส่วนของตัวบอดี้นั้นจะเป็นแบบ Aluminium with thermoplastic ในแบบ hang-on parts ที่ให้ความแข็งแกร่งทนทานและมีน้ำหนักที่เบา ช่วยส่งให้มันสามารถทำความเร็วได้เป็นอย่างดี
ส่วนช่วงล่างนั้นก็เรียกว่าน่าสนใจไม่น้อย โดยมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างสูง โดยที่มีระบบกันสะเทือนเป็นแบบ Aluminium double-wishbone front and rear suspension system สำหรับตัวบอดี้นั้นเรียกว่าได้รับการออกแบบให้เป็นสไตส์โฉบเฉี่ยวตามแบบฉบับของลัมบอร์กินี่ ทางด้านภายในห้องโดยสารนั้น ต้องบอกเลยว่าภายมนนั้นจะเน้นสีเข้ม โดยจะเป็นสีดำทั้งเบาะนั่งหนังแท้ที่ได้รับการตัดเย็บอย่างประณีตและมีแผงคอนโซลสีดำที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง โดยที่หน้าปัดสามารถแสดงมาตรวัดค่าต่างๆ ในแบบดิจิตอลผสมกับแบบอนาล็อค พร้อมความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยทุกที่นั่งและรอบห้องโดยสารเลยทีเดียว
ทางด้านของราคา Lamborghini GALLARDO LP 550-2 นั้นเคาะราคาขายกันออกมาที่ 191,900 ดอลล่าห์สหรัฐ เรียกว่าเป็นราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับซุปเปอร์คาร์แรงๆ จากแดนมักกะโรนี

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558

Lamborghini GALLARDO LP 550-2 BICOLORE ซุปเปอร์คาร์สายพันธุ์อิตาลี

สำหรับใครที่หลงใหลในความแรงของซุปเปอร์คาร์สายพันธุ์อิตาลี อย่าง ลัมบอร์กินี่  แล้วมาคราวนี้ต้องไม่พลาดกับการนำเสนอเรื่องราวของซุปเปอร์คาร์แรงๆ อย่าง Lamborghini GALLARDO LP 550-2 BICOLORE ที่พกพาความแรงมาให้คุณได้สัมผัสกันอย่างถึงใจ
สำหรับ Lamborghini GALLARDO LP 550-2 BICOLORE นั้นต้องเรียกว่าเป็นรุ่นพิมพ์นิยมอีกรุ่นเลยทีเดียว โดยมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 5,204 ซีซี ด้วยเครื่องยนต์แบบ V 90 ชนิด DOHC 4 valves โดยมี 10 สูบ แบบ common-pin crankshaft  ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ต้องบอกว่าเครื่องยนต์แรงสะใจจริงๆ นอกจากนี้อัตราการอัดอยู่ที่ 12.5 :1
โดยมีอัตราการอัดอยู่ที่ 405 kw ที่ 8,000 รอบต่อนาที และอัตราแรงบิดอยู่ที่ 540 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ส่วนระบบจัดการเครื่องยนต์นั้นเป็นแบบ Bosch MED 9 เอกสิทธิ์เฉพาะของลัมบอร์กินี่เท่านั้น นอกจากนี้ระบบทำความเย็นของเครื่องยนต์ยังเป็นแบบ Two water radiators, engine and gearbox radiator with oil-to-water cooling system เรียกว่าจัดเต็มกันมาเลยทีเดียว
มาดูกันในส่วนของระบบเกียร์ของเจ้า ลัมบอร์กินี่ กลาลาโด้ แอลพี 550-2 ไบโคโรเร่ นั้นเป็นแบบ 6 speed  โดยทำงานร่วมกับระบบคลัทช์แบบ Double plate,  215 mm ทำให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างลื่นไหล โดยรถสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรนั้นใช้เวลาเพียง 3.9 วินาทีเท่านั้น  จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากของลัมบอร์กินี่  ส่วนระบบเบรกนั้นก็หายห่วงด้วยเป็นระบบเบรกแบบ Power vacuum, aluminium alloy callipers โดยที่ด้านหน้าเป็นแบบ 8-cylinder front calipers และด้านหลังเป็นแบบ 4-cylinder rear caliper งานนี้เรียกว่าหยุดรถได้ตามใจสั่งกันเลยทีเดียว
สำหรับเฟรมของเจ้า Lamborghini GALLARDO LP 550-2 BICOLORE เป็นแบบ Structural aluminium space frame  โดยใช้วัสดุอย่าง aluminium extruded parts  ส่วนตัวบอดี้นั้นเป็นแบบ Aluminium with thermoplastic "hang-on" parts ที่ความแข็งแรงทนทานและมีน้ำหนักที่เบาช่วยให้สามารถทำความเร็วได้อย่างดี นอกจากนี้ระบบกันสะเทือนช่วงล่างยังเป็นแบบ Aluminium double-wishbone front and rear suspension system  อีกด้วย
สำหรับตัวบอดี้นั้นได้รับการออกแบบให้เป็นสไตส์โฉบเฉี่ยวตามแบบฉบับของลัมบอร์กินี่เลยทีเดียว ส่วนภายใน Lamborghini GALLARDO LP 550-2 BICOLORE เน้นสีเข้มคือสีดำทั้งเบาะนั่งหนังแท้ตัดเย็บอย่างประณีตและแผงคอนโซลสีดำที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีระดับสูง ส่วนหน้าปัดแสดงมาตรวัดค่าต่างๆ นั้นก็เป็นแบบดิจิตอลผสมกับแบบอนาล็อค พร้อมถุงลมนิรภัยทุกรอบห้องโดยสาร
สำหรับราคา Lamborghini GALLARDO LP 550-2 BICOLORE นั้นอยู่ที่ราคา 198,900 ดอลล่าห์สหรัฐ ต้องถือว่าเป็นราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับซุปเปอร์คาร์รุ่นนี้


วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

Lamborghini AVENTADOR LP 700-4 ซุปเปอร์คาร์ระดับท็อปคลาส

สำหรับใครที่หลงใหลความแรงของซุปเปอร์คาร์กันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น มาคราวนี้เราพร้อมที่จะนำเสนออีกหนึ่งค่ายรถแรงจากแดนมักกะโรนีอย่าง ลัมบอร์กินี่ ที่ต้องเรียกว่าเป็นคู่แข่งเบียดกันมากับเฟอร์รารี่เลยทีเดียว และมาคราวนี้เราก็อยากจะนำเสนอเรื่องราวของ Lamborghini AVENTADOR LP 700-4 ที่ต้องเรียกว่าพกพาความแรงระดับท็อปคลาสมาเลยก็ว่าได้
สำหรับ Lamborghini รุ่นนี้ ต้องเรียกว่าเป็นรุ่นใหญ่เครื่องยนต์แรงของค่ายเลยก็ว่าได้ โดยมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาดถึง 6,498 ซีซี ด้วยเครื่องยนต์แบบ V12,60,MPI  ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีอัตราการอัดอยู่ที่ 11.8 :1 พร้อมกับอัตราแรงบิดอยู่ที่ 690 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที ส่วนระบบจัดการเครื่องยนต์นั้นเป็นแบบ Lamborghini Iniezione Elettronica เอกสิทธิ์เฉพาะของลัมบอร์กินี่ เท่านั้น นอกจากนี้ระบบทำความเย็นของเครื่องยนต์ยังเป็นแบบ Water and oil cooling system ที่ทรงประสิทธิภาพและทำให้การทำงานของเครื่องยนต์โดยรวมนั้นทรงประสิทธิภาพเป็นอย่างมากทีเดียว
มาดูกันในส่วนของระบบเกียร์นั้นเป็นแบบ 7 speed ISR โดยมีคุณสมบัติพิเศษอย่าง shifting characteristic depending on drive select mode โดยทำงานร่วมกับระบบคลัทช์แบบ Dry double plate clutch ทำให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างลื่นไหลและเป็นการขับเคลื่อนแบบ 4WD with Haldex generation IV อีกด้วย โดย Lamborghini AVENTADOR LP 700-4 สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรนั้นใช้เวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น ส่วนระบบเบรกนั้นก็หายห่วงด้วยเป็นระบบเบรกแบบ Dual hydraulic circuit brake system โดยทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้นเสริมด้วยระบบ CCB, 6-cylinder brake calipers
สำหรับเฟรมเป็นแบบ Carbon fiber monocoque โดยใช้วัสดุอย่าง Aluminium ส่วนตัวบอดี้นั้นเป็นแบบ Carbon fiber engine bonnet ที่ความแข็งแรงทนทานแต่มีน้ำหนักที่เบาช่วยให้สามารถทำความเร็วได้อย่างดี นอกจากนี้ระบบกันสะเทือนช่วงล่างยังเป็นแบบ horizontal mono-tube damper with push-rod system อีกด้วย
สำหรับตัวบอดี้ออกแบบตามสไตส์ของลัมบอร์กินี่เลยทีเดียว ซึ่งแสดงถึงความโฉบเฉี่ยวและประตูเปิดแบบยกขึ้นด้านบน ส่วนภายในเน้นสีเข้มคือสีดำทั้งเบาะนั่งหนังแท้ตัดเย็บอย่างประณีตและแผงคอนโซลสีดำที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีระดับสูง ส่วนหน้าปัดแสดงมาตรวัดค่าต่างๆ นั้นก็เป็นแบบดิจิตอลผสมกับแบบอนาล็อค ถือว่า Lamborghini AVENTADOR LP 700-4 เป็นซุปเปอร์คาร์อีกรุ่นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับสนราคาของ Lamborghini AVENTADOR LP 700-4 นั้นมีการเคาะราคาออกมาที่ 376,000 ดอลล่าห์สหรัฐ ต้องเรียกว่าเป็นราคาที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวสำหรับสาวกของเจ้ากระทิงเปลี่ยวที่มาพร้อมกับความแรงเกินห้ามใจจริงๆ

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

สุดยอดยนตกรรมจากเมืองผู้ดี Jaguar F-TYPE แรงและหรูหรา

ในบรรดาซุปเปอร์คาร์ชั้นเลิศนั้น ต้องบอกลเยว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการต่อสู้กันระหว่างค่ายซุปเปอร์คาร์ดังจากอิตาลีและเยอรมันเป็นส่วนใหญ่ แต่มาคราวนี้เราจะมาสวนกระแสมาพบกับซุปเปอร์คาร์จากแดนผู้ดีกันดูบ้าง ซึ่งหลายๆ คนคงจะนึกออกในทันทีว่าเรากำลังพูดถึงค่ายรถยนต์หรูอย่าง จากัวร์ ที่นานๆ ครั้งถึงจะผลิตรถยนต์แนวซุปเปอร์คาร์ออกมาให้เราได้ยลโฉมกัน โดยคราวนี้พวกเขาก็ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ เข้ากับสมรรถนะความแรง และเติมความหรูหราเข้าไป จนกลายมาเป็น Jaguar F-TYPEที่ถือเป็นสุดยอดยนตกรรมจากเมืองผู้ดีเลยก็ว่าได้

สำหรับ จากัวร์ เอฟ-ไทป์ นั้นต้องเรียกว่าเป็นซุปเปอร์คาร์ที่ร้อนแรงของจากัวร์อีกรุ่นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาดความจุกระบอกสูบถึง 3,000 ซีซี ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์แบบ V6 340PS Supercharged Petrol Engine อันทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้มีอัตราการอัดอยู่ที่ 10.5 : 1 และให้กำลังมากถึง 340 แรงม้า โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลาเพียงแค่ 5.3 วินาทีเท่านั้น พร้อมกับการขับเคลื่อนอันทรงพลังและร้อนแรงไปด้วยความแม่นยำในการเข้าโค้ง ก็ถือได้ว่า Jaguar F-TYPE เป็นซุปเปอร์คาร์ที่แสนจะน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในยุคนี้

ในส่วนของระบบเกียร์นั้น ต้องบอกกันตามตรงเลยว่า จากัวร์ เอฟ-ไทป์ นั้นมาพร้อมกับระบบเกียร์แบบพิเศษที่เป็นแบบ 8 สปีด ชนิด Quickshift automatic ทำให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างลื่นไหลและทรงพลัง นอกจากนี้แล้วในด้านของความปลอดภัยก็ยังมาพร้อมกับระบบเบรกแบบ ABS ทั้งสี่ล้อ โดยทำงานผสานกับระบบเบรกแบบดิสก์เบรกได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ ทำให้การหยุดรถนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงมากเลยทีเดียว

ทางด้านเฟรมนั้น มีการออกเบบเฟรมในรูปแบบพิเศษและวัสดุที่ใช้ก็ทำมาจากอลูมินั่ม ส่วนการออกแบบตัวบอดี้นั้นก็เป็นสไตส์ของจากัวร์ขนานแท้ ที่ต้องมีความดุดันน่าเกรงขาม ภายในห้องโดยสาร Jaguar F-TYPE มีจำนวน 2 ที่นั่งซึ่งเป็นเบาะหนังแท้ มีดีไซน์ยอดเยี่ยม โดยให้กระชับกับการนั่งโดยสาร พร้อมคอนโซลหน้าแบบหรูหราดูดีที่บรรจุเทคโนโลยีในการขับขี่ไว้อย่างครบครัน โดยเน้นที่สีโทนเข้มตามสไตส์รถสัญชาติอังกฤษ นอกจากนี้ยังสามารถเปิดประทุนได้อีกด้วย เรียกว่างานนี้รับลมกันให้เต็มที่ไปเลยครับ

ทางด้านราคาของ Jaguar F-TYPE นั้น จะมีการเคาะราคาขายกันออกมาที่ 69,000 ดอลล่าห์สหรัฐ ถือว่าเป็นราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับซุปเปอร์คาร์แรงๆแบบนี้ งานนี้ใครที่ชอบความหรูหราและความแรงไปในตัวต้องพลาดในการหามาครอบครองซักคันแล้ว

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

ม้าป่าผยองแห่งอิตาลี Ferrari SP12 EC แรงและโดดเด่นเกินห้ามใจ

ในบรรดาค่ายรถยนต์แนวซุปเปอร์คาร์แล้ว คงจะต้องมีหลายๆ คนนึกถึงความแรงเกินห้ามใจของ ม้าป่าผยอง แห่งอิตาลี อย่าง เฟอร์รารี่ เพราะถือว่าแบรนด์รถยนต์ดังเจ้านี้เป็นหนึ่งในฝันของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว และสำหรับ Ferrari SP12 EC แล้วก็มาพร้อมกับความแรงและความโดดเด่นเกินห้ามใจ จนเมื่อคุณได้สัมผัสแล้วรับรองได้เลยว่าต้องหลงเสน่ห์อย่างถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน

ทางด้านของสมรรถนะแล้วต้องบอกกันเลยว่า Ferrari SP12 EC ถือเป็นซุปเปอร์คาร์อีกรุ่นที่ขนความเป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์รารี่ มาอย่างครบครัน ด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์ในแบบ V8 – 90 ที่มีขนาดความจุของเครื่องยนต์ถึง 4,499 ซีซี สามารถให้กำลังสูงสุดถึง 419 kW ที่ 6,000 รอบต่อนาที โดยที่มีอัตราแรงบิดอยู่ที่ 540 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยอัตราการอัดอยู่ที่ 12.3 : 1 โดยสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี้ก็ถือเป็นสเปกของขุมกำลังเครื่องยนต์ที่ถือว่าร้องแรงเป็นอย่างยิ่งสำหรับซุปเปอร์คาร์รุ่นนี้

ในส่วนของระบบเกียร์นั้น ต้องถือเลยว่า เฟอร์รารี่ เอสพี12 อีซี มาพร้อมกับระบบเกียร์แบบ7 สปีด ชนิด F1 ในการทำงานแบบ dual clutch โดยมีการควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด มันจึงสามารถทำอัตราการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลาเพียงแค่ 3.3 วินาที เท่านั้น ถือว่าเป็นซุปเปอร์คาร์ที่มีกำลังในการขับเคลื่อนที่แรงเกินห้ามใจอย่างมาก และมีมีความเร็วที่สูง
ในส่วนของความปลอดภัยก็ถือว่าโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยขั้นสูงด้วยระบบเบรกแบบ ABS  ที่มีการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ในแบบ E-Diff3 ที่ถือว่ามีความแม่นยำในการสั่งการสูง โดยจะผสานการทำงานกับระบบแบบ F1-Trac ทำให้คุณมั่นใจได้เลยถึงการหยุดรถทุกครั้งเมื่อเหยียบเบรค

ในส่วนของการออกแบบตัวบอดี้ของ Ferrari SP12 EC ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อมันถูกออกแบบมาตามหลักพลศาสตร์ในแบบอิตาเลี่ยนสไตส์แท้ๆ ด้วยการผลิตตัวบอดี้เป็นแบบเนื้อชิ้นเดียวและสามารถรองรับการเคลื่อนตัวของรถที่ต้องใช้ความเร็วที่สูง
โดยในส่วนของห้องโดยสารด้านในนั้นมีจำนวน 2 ที่นั่ง ตามแบบฉบับรถซุปเปอร์คาร์ โดยที่เบาะนั่งนั้นเป็นเบาะหนังแท้สีดำตัดเย็บด้วยมืออย่างประณีต แบะสำหรับแผงควบคุมก็เป็นสีดำที่จากวัสดุอย่างแคบล่า ทำให้มีความรู้สึกได้ถึงความดุดัน ในส่วนของหน้าปัดแสดงมาตราวัดค่าต่างๆ นั้นจะเป็นแบบดิจิตอลผสมกับแบบอนาล็อคที่มีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยบรรจุอยู่อย่างครบครัน ในส่วนของเฉดสีในตัวบอดี้นั้นก็ใช้สีแบบทูโทนทำให้โดดเด่นสวยงามเป็นอย่างมาก
ทางด้านของราคานั้น ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าด้วยสเปกที่สูงขนาดนี้ก็ทำให้ Ferrari SP12 EC นั้นมีการเคาะราคาขายกันออกมาในเรท 475,000 ดอลล่าห์สหรัฐ ถือว่าเป็นราคาที่ร้อนแรงสมกับความแรงของสมรรถนะที่แรงจนสุดจะบรรยายกันเลยทีเดียว


วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558

หรูหราเกินคำบรรยาย Ferrari 458 Italia ซุปเปอร์คาร์สไตส์อิตาเลี่ยนแท้ๆ

ในบรรดาค่ายรถซุปเปอร์คาร์ที่วนเวียนกันอยู่ในวงการของความเร็วนั้น ม้าป่าผยอง จากดินแดนรองเท้าบู้ท ถือว่ามีชื่อเสียงทางด้านความแรงเป็นอย่างยิ่ง และเป็นแบรนด์รถซุปเปอร์คาร์ที่มีแต่คนใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ในครอบครองซักคัน และล่าสุดนั้นพวกเขาก็ส่ง Ferrari 458 Italia ที่มีทั้งความแรงและเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตส์อิตาเลี่ยนแท้ๆ อย่างครบครัน มาให้ชาวโลกได้สัมผัสความแรงกันแล้ว

สำหรับสมรรถนะเครื่องยนต์ที่มาแบบจัดเต็มของ Ferrari 458 Italia นั้นต้องเรียกว่าเป็นซูเปอร์คาร์ที่บ่งบอกถึงความเป็นเฟอร์รารี่ขนานแท้ ด้วยอิตาเลี่ยนสไตส์จึงทำให้เป็นรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมอย่างมากเลยทีเดียว โดยมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์แบบ V8 – 90 มีขนาดความจุถึง 4,499 ซีซี ให้กำลังสูงสุดถึง 419 กิโลวัตต์ ที่ 9,000 รอบต่อนาที โดยมีอัตราแรงบิดอยู่ที่ 540 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที และมีอัตราการอัดอยู่ที่ 12.5 : 1 ซึ่งทำให้มันสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีอัตราการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเพียง 3.4 วินาที ถือว่ามีสเปกของเครื่องยนต์ที่สูงมากอีกรุ่นเลยก็ว่าได้

ในส่วนของระบบเกียร์นั้นก็ถือว่ามีการดีไซน์ระบบเกียร์ที่ลงตัวและรีดสมรรถนะออกมาได้อย่างสุดกำลัง โดย ฟอร์รารี่ 458 อิตาเลีย จะมาพร้อมกับระบบเกียร์แบบ 7 สปีด ซึ่งเป็นแบบ F1 ชนิด dual clutch โดยมันจะควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยส่งผลให้การขับเคลื่อนของมันนั้นเป็นไปอย่างลื่นไหลและทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของความปลอดภัยนั้นก็หายห่วงได้เลย เมื่อมันมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือได้ด้วยระบบเบรกแบบ ABS  ที่มีการควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบ E-Diff3 ซึ่งจะมีการผสานการทำงานที่ลงตัวกับระบบแบบ F1-Trac ส่งผลให้มีความปลอดภัยสูงเป็นอย่างมากในการขับขี่เมื่อต้องใช้ความเร็วสูง

ในส่วนของการออกแบบตัวบอดี้นั้น ก็เรียกว่า Ferrari 458 Italia ถูกออกแบบมาตามหลักพลศาสตร์แบบอิตาเลี่ยนสไตส์ขนานแท้ตามแบบฉบับของเฟอร์รารี่ ส่วนห้องโดยสารด้านในนั้นมีจำนวน 2 ที่นั่งตามสไตส์รถซูเปอร์คาร์ โดยเป็นเบาะหนังแท้สีดำตัดเย็บด้วยมือสำหรับแผงควบคุมเป็นสีดำจากวัสดุอย่างแคบล่าให้ความรูสึกดุดัน ส่วนหน้าปัดแสดงมาตราวัดค่าต่างๆ เป็นแบบดิจิตอลผสมอนาล็อคที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยบรรจุอยู่อย่างครบครัน

ทางด้านของราคานั้น บอกได้คำเดียวว่าราคาของ Ferrari 458 Italia นั้นแปรผันตามกับความเร็วของเครื่องยนต์เป็นอย่างยิ่ง โดยจะมีการเคาะราคาขายออกมาที่ 233,509 ดอลล่าห์สหรัฐ เรียกว่าเป็นราคาที่เหล่าสาวกของ ฟอร์รารี่ ต้องไม่พลาดอย่างแน่นอน





วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

Bugatti VEYRON FBG PAR HERMES ซุปเปอร์คาร์ที่แหวกแนวน่าสนใจ

เรื่องของซุปเปอร์คาร์ กับแฟชั่น บางทีก็เหมือนกันอย่างแยกไม่ออกและก็มีหลายๆ โปรเจคที่ยนต์กรรมกับแฟชั่นสามารถผสมกันได้อย่างลงตัว เหมือนกับที่เราอยากจะนำเสนอเรื่องราวของ Bugatti VEYRON FBG PAR HERMES ที่สามารถมาร่วมกับรังสรรค์ผลงานชิ้นเอก ที่ถือว่าเป็นซุปเปอร์คาร์ที่แหวกแนวน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับ Bugatti VEYRON FBG PAR HERMES นั้นถือเป็นอีกรุ่นที่ บูกัตติ ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับการร่วมมือในการออกแบบกับแบรนด์ดังทางด้านแฟชั่นเครื่องหนังระดับโลกอย่างเฮอร์เมส ดดยมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์แบบ ดับเบิลยู จำนวน 16 สูบ ขนาดความจุ 8,000 ซีซี โดยมีเทอร์โบถึง 4 ตัวในการเค้นกำลังออกมาได้ ถึง 1,001 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที โดยมีอัตราแรงบิดสูงสุด 127.3  ที่ 5,500 รอบต่อนาที โดยสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 402.25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร ได้ในเวลาเพียงแค่ 2.5 วินาที ทั้น เรียกว่าแรงเกินห้ามใจกันเลยทีเดียว

โดยสำหรับระบบเกียร์ของ บูกัตติ เวย์รอน เอฟบีจี พาร์ เฮอร์เมส นั้นเป็นเกียร์แบบธรรมดาที่ใช้คลัตช์ไฟฟ้า 7 จังหวะรุ่นใหม่ โดยมันพัฒนามาเพื่อใช้กับบูกัตตี้โดยเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ถึงความลื่นไหลของมัน โดยสามารถปรับสู่การขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อด้วยเกียร์แบบดีเอสจี อีกด้วย ทางด้านของความปลอดภัยนั้นก็มาพร้อมกับระบบเบรกแบบ ABS ชนิดพิเศษผสานงานกับเทคโนโลยี Pax System ที่แม้ยางจะแบนแต่ก็สามารถแล่นต่อไปได้ เพราะยางของ บูกัตติ เวย์รอน เอฟบีจี พาร์ เฮอร์เมส นั้นผลิตมาพิเศษโดยเฉพาะกันเลยทีเดียว โดยหากใครหลายๆ คนได้เห็นสเปกแบบนี้แล้วก็ต้องบอกได้คำเดียวว่านึกถึงรถของเจมส์ บอร์น ก็ไม่ปานเลยทีเดียว

สำหรับเฟรมของ Bugatti VEYRON FBG PAR HERMES นั้นเป็นแบบ โมโนค็อกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซับเฟรมทำด้วยอะลูมิเนียม เปลือกตัวถังทำจากอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ ภายในออกแบบได้อย่างลงตัวสวยงามตามแบบซุปเปอร์คาร์ ด้วยที่นั่ง 2 ที่นั่งทำจากหนังแท้กระชับสรีระ คอนโซลออกแบบได้โฉบเฉี่ยวสวยงามเป็นการผสมผสานของรูปแบบล้ำสมัยกับแบบคลาสสิกได้อย่างลงตัว โดยทั้งหมดที่เป็นเครื่องหนังนั้นได้รับการออกแบบและตัดเย็บโดยเฮอร์เมส โดยลงตัวสวยงามด้วยโทนสีน้ำตาล เรียกว่าเรียบหรูดูดีมีสไตส์แบบแบรนด์เนมเลยครับ

ทางด้านราคาของ Bugatti VEYRON FBG PAR HERMES นั้น ราคาของมันจะอยู่ที่ราวๆ 1 ล้านเหรียญดอลล่าห์สหรัฐ เลยทีเดียว เพราะว่านี่เป็นรถซุปเปอร์คาร์แบบเรทไอเท็มเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเฮอร์เมสยอมทุ่มทุนในการออกแบบบเองทั้งหมด และถือเป็นรุ่นที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก



ที่มา netcarshow

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

2015 Audi TT Coupe แรงแข็งแกร่งสไตส์เยอรมัน

ในบรรดาค่ายรถยนต์ที่ผลิตซุปเปอร์คาร์ออกมาวาดลวดลายความแรงบนโลกใบนี้นั้น ค่ายรถยนต์จากเมืองเบียร์ เยอรมันถือว่าขึ้นชื่อเป็นอย่างยิ่งในด้านของความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวรถ โดยล่าสุดนั้นค่ายรถยนต์ดังสี่ห่วงอย่าง ออดี้นั้น ก็เข็นเอาซุปเปอร์คาร์พันธุ์แรงอย่าง Audi TT Coupe ออกมาสู้กับบรรดาซุปเปอร์คาร์จากค่ายต่างๆ กันแล้ว และเราจะมาดูกันซิว่าอะไรที่ทำให้มันได้ชื่อว่าเป็นซุปเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองอีกรุ่น

สำหรับซุปเปอร์คาร์แรงๆ อย่าง ออดี้ ทีที คูเป้ นั้นต้องบอกว่ามันเป็นรุ่นเล็กอีกรุ่นของค่ายสี่ห่วงเลยทีเดียว เพราะมันมาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาดกระบอกสูบถึง 1,948 ซีซี ด้วยเครื่องยนต์จำนวน 4 สูบโดยมี 4 วาล์วต่อสูบ ในแบบ DOHC โดยมีกระบอกสูบทำจากวัสดุอย่าง Aluminum alloy  โดยมีระบบหัวฉีดแบบ Turbocharged / TFSI และมีอัตราการอัดอยู่ที่ 16.9 : 1 โดยสามารถให้กำลังสูงสุดถึง 211 แรงม้าที่ 4,300 รอบต่อนาที และอัตราแรงบิดอยู่ที่ 258lb-ft ที่ 1,600 รอบต่อนาที

นอกจากนี้สำหรับ Audi TT Coupe นั้นมาพร้อมกับระบบเกียร์ 6 สปีดแบบ Audi S tronic dual-clutch transmission with Audi quattro โดยขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ ทำความเร็วได้ถึง 130 ไมล์ต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์ (100 กิโลเมตร) นั้นอยู่ที่ 5.3 วินาที เรียกว่าเร็วจริงๆ สำหรับรถไซส์มินิๆ แบบนี้ ส่วนระบบเบรกนั้น AutoYim ก็ต้องเรียกว่ามีมาตรฐานขั้นสูงตามสไตส์เยอรมันกับระบบเบรกแบบ 14.4 (ventilated) ที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังนั้นเป็นแบบ 11.3 (solid)

มาดูกับที่เฟรมของ Audi TT Coupe นั้นเป็นแบบ ASF aluminum space frame เรียกว่าทั้งแข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบาเหมาะแก่การสร้างบอดี้ของรถอย่างแท้จริง พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนแบบ MacPherson strut front suspension with stabilizer bar ที่ด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบ  Four-link rear suspension with stabilizer bar ช่วยให้มีความนิ่มนวลในการขับขี่

ส่วนภายในห้องโดยสารภายในนั้นเป็นแบบสองที่นั่ง โดยมีเบาะนั่งทำจากหนังแท้สีเทา ซึ่งมีลักษณะพิเศษแบบกระชับสรีระ แบบที่นั่งที่ใช้ทำการแข่งขันกันเลยทีเดียว  พร้อมคอนโซลสีเข้ม แสดงถึงความเรียบ ขรึม ตามสไตส์รถจากเมืองเบียร์ โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีครบครัน ทั้งระบบ GPS และพอร์ตสำหรับเชื่อต่อกับอุปกรณ์สมัยใหม่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีหลังคาแบบซันลูฟ ที่ทำให้คุณสามารถเปิดรับลมยามขับขี่ได้อีกด้วย เรียกว่ามาพร้อมครบครันจริงๆ
ทางด้านราคาของ Audi TT Coupe นั้น ถือเป็นซุปเปอร์คาร์ที่มีราคาน่าคบเป็นอย่างยิ่ง โดยมันเคาะราคาขายกันออกมาที่ 38,650 ดอลล่าห์สหรัฐ ถือเป็นอีก 1 รุ่นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแรงและความแข็งแกร่งสไตส์เยอรมัน