แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โตโยต้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โตโยต้า แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562

รถยนต์สปอร์ตร้อนแรง Toyota 86 ความแรงในระดับพรีเมี่ยม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://thaicarbigbike.wordpress.com/
สำหรับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบอย่างรถยนต์ โตโยต้า นั้นเรื่องความแรงย่อมไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงทำให้ส่งรถยนต์สปอร์ตร้อนแรงอย่าง Toyota 86 มาให้ชาวไทยได้สัมผัสกันแล้วกับความแรงในระดับพรีเมี่ยมที่ทั้งสมรรถนะทางด้านของความเร็วจากขุมกำลังเครื่องยนต์ขั้นเทพ และรูปลักษณ์ที่สวยงามบาดตาบาดใจ ก็ทำให้มันเป็นที่สนใจได้ในระดับหนึ่งทีเดียว

เฉดสีภายนอกของรถยนต์ Toyota 86 โดยมาพร้อมกับ 7 เฉดสีให้เลือกสรรด้วยกัน ทั้ง Galaxy Blue Sillica, Sterling Silver Metallic, Orange Metallic, Lightning Red, Dark Gray Metallic, Crystal Black Silica เเละ Satin White Pearl

ด้านราคารถยนต์ Toyota 86

รถยนต์ Toyota 86 ราคา STD Grade M/T 2,490,000
รถยนต์ STD Grade ราคา A/T 2,560,000
รถยนต์ Top Grade ราคา 2,740,000

การออกแบบภายนอก Toyota 86

ทางด้านของการออกแบบภายนอกนั้น ต้องเรียกว่ารถยนต์ Toyota 86 พกพาความสวยงามตามแบบของรถยนต์แนวสปอร์ตมาอย่างครบครัน หนำซ้ำทางด้านของโครงสร้างก็ไม่เป็นสองรองใครเมื่อมีขนาดโครงสร้างความยาว x ความกว้าง x ความสูง อยู่ที่ 4,255 มม. x 1,795 มม. x 1,285 มม. โดยมีความยาวช่วงล้อที่ 2,570 มม. เเละมีความกว้างช่วงล้อหน้าอยู่ที่ 1,520 มม. ส่วนช่วงหลังนั้นจะอยู่ที่ 1,540 มม. โดยในส่วนของระดับต่ำสุดจากพื้นอยู่ที่ 130 มม. โดยที่มีน้ำหนักรถอยู่ที่ 1,250 กิโลกรัม เเละมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดอยู่ที่ 5.4 เมตร

ส่วนถังน้ำมันนั้นมีขนาดความจุอยู่ที่ 50 ลิตร โดยตัวบอดี้นั้นได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยมันให้อารมณ์ความเป็นสปอร์ตแบบสุดสุด กับสเกิร์ตรอบคัน แถมด้วยสปอยเลอร์หลังที่เพิ่มความเท่ห์ได้อย่างมาก ส่วนไฟหน้านั้นก็โดดเด่นในเเบบ HID ที่สามารถปรับระดับได้แบบอัตโนมัติ พร้อมกับไฟหรี่แบบ LED 7JJ ในรถยนต์ Toyota 86 รุ่น Top grade AT ส่วนรุ่น STD grade AT เเละ STD grade MT จะเป็นเเบบฮาโลเจน โดยมีทั้งไฟตัดหมอกทั้งด้านหน้าเเละหลัง นอกจากนี้ยังมีทั้งระบบทำความสะอาดไฟหน้าซึ่งเป็นแบบพับซ่อนได้ เเละกระจกมองข้างเเบบปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า ส่วนปลายท่อไอเสียนั้นเป็นเเบบคู่ เรียกว่าสวยงาม ดุดันแบบสปอร์ตเร้าใจไปเลย

ภายในห้องโดยสาร Toyota 86

สำหรับภายในห้องโดยสารของรถยนต์ Toyota 86  ได้รับการออกเเบบในเเบบสปอร์ตเร้าใจพร้อมกับการเลือกใช้โทนสีดำ เเละสีดำ-เเดง ในรุ่น Top grade AT ส่วนรุ่น STD grade AT เเละ STD grade MT จะใช้สีดำอย่างเดียว โดยมีพวงมาลัยระบบ EPS ที่หุ้มหนัง 3 ก้าน ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง พร้อมดัวยมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล ในรุ่น Top grade AT สำหรับเซ็นทรัลล็อกนั้นจะมาในทุกรุ่น พร้อมทั้งยังมี หน้าต่างไฟฟ้า ที่มาพร้อมด้วยระบบ Jam Protection

ด้านคนขับและผู้โดยสาร ส่วนกระจกมองหลังเป็นแบบปรับกลางวัน-กลางคืน (Frameless) โดยวัสดุที่เลือกมาใช้ผลิตเบาะนั่งนั้นจะเป็น เบาะหนัง-ผ้าพิเศษ ในรุ่น Top grade AT ส่วนรุ่น STD grade AT เเละ STD grade MT จะเป็นเบาะผ้า โดยในส่วนของเบาะผู้ขับขี่ สามารปรับธรรมดา 6 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นเบาะ ส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้า สามารปรับธรรมดา 4 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นเบาะ เเละเบาะหลังพับได้ ส่วนเครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำความร้อนนั้นจะเป็นแบบอัตโนมัติ แยกปรับอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา พร้อมด้วยเครื่องเสียง เเบบหน้าจอสัมผัส DVD/ CD/ MP3/ WMA/ AAC/ Bluetooth/ SD Card พร้อมด้วยช่องเชื่อมต่อ USB ที่สามารถเชื่อมต่อ Smart Phone รองรับบริการพิเศษจาก smart G-BOOK

โดยในส่วนของความปลอดภัยนั้นก็เรียกว่าไม่ต้องกังวลใจกันเลยกับถุงลมเสริมความปลอดภัย แบบ SRS Airbags ถึง 7 จุดด้วยกัน โดยอยู่ทางด้านหน้า 2 จุด ด้านหลัง 2  จุด ในส่วนของม่านอีก 2 จุด และบริเวณเข่าของผู้ขับอีก 1จุด ส่วนเข็มขัดนิรภัยทางด้านหน้าจะเป็นเเบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง ซึ่งจะดึงรั้งกลับและผ่อนแรงแบบอัตโนมัติ ส่วนเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง จะเป็นเเบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง โดยที่จะมีกระจกบังลมหน้าอัดซ้อนนิรภัยที่มาพร้อมกับ Top Shade อีกด้วย ส่วนระบบป้องกันการโจรกรรมรถนั้น ก็เป็นระบบสตาร์ทอัจฉริยะเเละระบบเปิดประตูอัจฉริยะ สุดท้ายเสริมด้วยระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติ

สำหรับสมรรถนะความแรงของเครื่องยนต์นั้น ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่อ Toyota 86 ที่เป็นรถยนต์สปอร์ตหนึ่งเดียวของค่ายโตโยต้าในตลาดรถยนต์เมืองไทยนั้น มีการวางเครื่องยนต์มาในแบบของเครื่องยนต์รุ่น FA20, Boxer จำนวน 4 สูบแถวนอน 16 วาล์ว DOHC โดยมีขนาดความจุกระบอกสูบ 1,998 ซีซี พร้อมกับความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก อยู่ที่ 86 มม. x 86 มม. โดยมีระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเเบบ D4S หรือที่เรียกว่า Direct injection 4-Stroke gasoline Superior version พร้อมด้วยอัตราการอัดอยู่ที่ 12.5:1 โดยมันสามารถให้กำลังสูงสุดได้ถึง 200 เเรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที พร้อมกับมีเเรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 205 นิวตันเมตรที่ 6,400 รอบต่อนาที


โดยสำหรับระบบเกียร์นั้นก็มาพร้อมกับถึง 2 แบบ 2 สไตส์ให้เลือกสรรกันเลยคือ ระบบเกียร์เเบบ 6AT ในรุ่น Top grade AT เเละแบบ STD grade AT ส่วนในรุ่น STD grade MT จะเป็นระบบเกียร์เเบบ 6MT โดยมีระบบการขับเคลื่อนของรถเป็นเเบบตำแหน่งเครื่องยนต์วางหน้า โดยขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนระบบส่งกำลังนั้นจะมีระบบเกียร์เเบบอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ซึ่งเป็นเเบบ Paddle Shift ในรถยนต์ Toyota 86 รุ่น Top grade AT ส่วนรุ่น STD grade AT จะเป็นเเบบ อัตโนมัติ 6 สปีด เเละรุ่น STD grade MT จะเป็นเเบบ ธรรมดา 6 สปีด โดยมีอัตราการทดเกียร์จากเกียร์ที่ 1 ถึงเกียร์ที่ 6 เป็น 3.538, 2.060, 1.404, 1.000, 0.713 เเละ 0.582 โดยที่อัตราทดเกียร์ถอยหลังเป็น 3.168 เสริมด้วยระบบล็อกเฟืองท้ายเเบบ Torsen LSD โดยมีอัตราทดเฟืองท้ายที่ 4.100

ทางด้านของช่วงล่างนั้นก็เรียกว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นเเบบแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ในขณะที่ด้านหลังจะเป็นระบบกันสะเทือนเเบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง โดยที่มีล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ส่วนขนาดของยางจะเป็น 215/45R17 7JJ ในรุ่น Top grade AT ส่วนในรุ่น STD grade AT เเละรุ่น STD grade MT จะเป็นเเบบ ล้อแบบอัลลอย ขนาด 16 นิ้ว เเละขนาดของยางจะเป็น 205/55R16 6.5JJ
ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นก็ถือว่าจัดเต็มเป็นอย่างยิ่ง โดยมีระบบเบรกด้านหน้าเป็นเเบบ ดิสก์เบรก 16 นิ้ว พร้อมครีบระบายความร้อน ส่วนด้านหลังจะเป็นเเบบดิสก์เบรก 15 นิ้ว พร้อมครีบระบายความร้อน โดยมันจะทำงานภายใต้ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก แบบ ABS ที่มาพร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัว แบบ VSC และเสริมด้วยระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC โดยที่มีระบบกระจายแรงเบรก EBD เเละระบบเสริมแรงเบรก BA ช่วยทำให้ความปลอดภัยของรถยนต์ Toyota 86 อยู่ในเกณฑ์สูงสุดทีเดียว

ฮัทแบค 5ประตู Toyota Prius C มีดีมากกว่าที่คุณเห็นรถยนต์

หากเราจะว่ากันถึงรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกที่โดดเด่นเกินใครในตลาดรถยนต์บ้านเราอย่างเทคโนโลยีไฮบริด เราก็คงต้องนึกถึงรถยนต์ Toyota Prius กัน แต่คราวนี้เรามายลโฉมรถยนต์อย่าง Toyota Prius C ที่เขาว่ากันว่ามีความเป็นรถยนต์แนวสปอร์ตเร้าใจเพราะมันพกพารูปลักษณ์ที่โดนใจวัยรุ่นมากกว่า ในแบบฉบับของรถยนต์แนวฮัทแบคที่บรรจุเทคโนโลยีไฮบริดเข้าไว้อย่างลงตัว ทำให้รถยนต์ พรีอุส ซี มันกลายเป็นรถยนต์ทางเลือกอีกรุ่นของโตโยต้าที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะความลงตัวทั้งทางด้านของสมรรถนะและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน จนหากใครได้สัมผัสแล้วก็ยากที่จะปฏิเสธได้
ในส่วนของสีสันตัวบอดี้ของรถยนต์ Toyota Prius C ก็มาให้เลือกกันอย่างจุใจถึง 9 เฉดสีด้วยกัน Blue Metallic, Silver Metallic, Lime White Pearl Crystal Shine, Citrus Orange Mica Metallic, Aqua Mica Metallic, Super White II, Gray Metallic เเละ Black Mica, Super Red V ถือว่ามีเฉดสีให้เลือกเยาะมากๆครับ

ราคารถยนต์ Toyota Prius

ราคารถยนต์ Toyota Prius C 1,390,000

การออกแบบภายนอก Toyota Prius C

ในส่วนของโครงสร้างภายนอกของรถยนต์ Toyota Prius C นั้นก็โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เน้นทางด้านความปลอดภัยเป็นหลัก โดยมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งแบบโครงสร้างนิรภัย GOA เอกสิทธิ์เฉพาะของโตโยต้าที่วิจัยและพัฒนามาอย่างยาวนาน โดยที่ตัวรถมีขนาดโครงสร้างที่น่าสนใจ โดยมีมิติขนาดของตัวถังของรถ ความยาว x ความกว้าง x ความสูง อยู่ที่ 3,995 มม. x 1,695 มม. x 1,455 มม. พร้อมด้วยขนาดของฐานล้อที่ 2,550 มม. โดยที่ระยะห่างจากพื้นถึงตัวถังจะอยู่ที่ 135 มม. พร้อมด้วยน้ำหนักรถโดยรวมจะอยู่ที่ 1,120 - 1,140 กิโลกรัม โดยใช้ยางเป็นรุ่น 185/60R15 เเละมีขนาดความจุถังน้ำมันที่ 36 ลิตรอีกด้วย
นอกจากนี้แล้วในส่วนของตัวบอดี้นั้นก็โดดเด่นเป็นอย่างมากด้วยการดีไซน์ที่ถือว่าเป็นการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหลังจากการเปิดตัวของรถยนต์ Toyota Prius ด้วยรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย แต่ก็ยังเป็นรูปโฉมที่ชื่นชอบในเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่สำหรับการออกแบบ Toyota Prius C นั้นถือว่าได้ก้าวข้าวรูปแบบเดิมๆ โดยมีการออกแบบให้เป็นแนวฮัทแบคขนานแท้ที่สวยงามและมีพื้นที่ใช้สอยได้มากมายอีกด้วย โดยความโดดเด่นนั้นก็ตั้งแต่ไฟหน้าที่เป็นเเบบฮาโลเจนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสว่างอย่างมาก พร้อมด้วยไฟแบบ LED ทางด้านท้ายของรถและไฟเบรก
โดยที่ระบบไฟด้านหน้านั้นสามารถปรับสูง-ต่ำ ได้แบบอัตโนมัติ เสริมด้วยระบบทำความสะอาดไฟหน้าที่เป็นแบบพับซ่อนได้ และยังมีระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าในแบบอัตโนมัติ ส่วนกระจกด้านข้างคู่หน้าก็เป็นแบบลดการเกาะของหยดน้ำ ที่เรียกว่าเทคโนโลยี Hydrophillic

การออกแบบภายใน พรีอุส ซี

ทางด้านของห้องโดยสารภายในนั้น พรีอุส ซี ได้รับการออกเเบบอย่างโอ่โถง กว้างขวางและสวยงาม ด้วยโทนสีภายในห้องโดยสารเป็นสีดำ ในส่วนของพวงมาลัยนั้นก็หุ้มด้วยวัสดุอย่างหนังแท้ ในแบบ 4 ก้าน โดยที่มีหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบแบบ Jam-Protection ทั้ง 4 บาน นอกจากนี้ก็ยังมีกล่องอเนกประสงค์ พร้อมกับแผงบังแดด โดยที่มีกระจกไฟส่องสว่างด้านคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า เสริมด้วยไฟอ่านแผนที่ด้านหน้ากับไฟภายในห้องโดยสาร และยังมีไฟส่องสว่างที่ประตูคู่หน้า และ ไฟส่องสว่างที่วางเท้าคู่หน้า โดยที่มีไฟภายในที่เก็บสัมภาระด้านหลังอีกด้วย พร้อมกับระบบส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่เป็นแบบอัตโนมัติ
ทางด้านของกระจกมองหลังนั้นเป็นแบบปรับลดแสง โดยที่มีกล่องเก็บของด้านหน้า 2 ชั้น เเละที่วางแก้วน้ำด้านหน้าถึง 2 ตำแหน่ง ส่วนทางด้านหลังก็มี 2 ตำแหน่ง ในส่วนของเบาะที่นั่งนั้นก็ผลิตจากวัสดุอย่างหนังแท้สีดำ โดยเบาะที่นั่งด้านคนขับ สามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง พร้อมกับปุ่มปรับเบาะดันหลังไฟฟ้าฝั่งคนขับ ซึ่งเป็นเเบบ Lumber Support โดยเบาะที่นั่งด้านหลังสามารถแยกพับได้แบบ 60:40 เเละมีพนักวางแขนด้านหน้า พร้อมกล่องเก็บของ ส่วนพนักวางแขนด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ ทางด้านของเครื่องปรับอากาศนั้นก็เป็นแบบอัตโนมัติ พร้อมกับระบบปรับอากาศเปิด-ปิด ด้วยกุญแจรีโมท

ทางด้านของความปลอดภัยของรถยนต์ Toyota Prius C ก็มาพร้อมกับเข็มขัดนิรภัย ด้านหน้าเป็นเเบบ ELR, P/T และ F/L สำหรับเข็มขัดนิรภัยด้านหลังจะเป็นเเบบ ELR*3, W/O ALR พร้อมด้วยถุงลมเสริมความปลอดภัย คู่หน้า เเละถุงลมเสริมความปลอดภัย ด้านข้าง โดยเสริมด้วยถุงลมเสริมความปลอดภัยม่านด้านข้างเเละถุงลมเสริมความปลอดภัยที่หัวเข่า ด้านคนขับ พร้อมกุญแจรีโมทพร้อมสัญญาณเตือน การโจรกรรม TDS โดยเป็นระบบกุญแจ Immobilizer มีระบบล็อกอัจฉริยะ 2 ชั้น ส่วนโครงสร้างเบาะนั่งเป็นแบบ WIL
โดยในส่วนสมรรถนะของรถยนต์ Toyota Prius C ในเวอร์ชั่นของปี 2014 เเล้วนั้นต้องบอกเลยว่ามาพร้อมกับความเเรงด้วยเครื่องยนต์ขนาดความจุ 1.5 ลิตร ในเเบบ VVT-i ขนาด 16 วาล์ว ขนาดความจุ 1,497 ซีซี ให้กำลัง 54 เเรงม้าที่ 4,800 รอบต่อนาที เเละมีอัตราเร่งอยู่ที่ 111 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเชื้อเพลิงในเเบบ Electronic Fuel Injection ส่วนเครื่องยนต์ในเเบบไฮบริดนั้น จะมีความจุสูงสุดถึง 520 โวลต์ เเละมันสามารถรีดพลังงานออกมาได้ถึง 45 kW พร้อมด้วยอัตราเเรงบิดที่ 169 นิวตันเมตร โดยมีเเบตเตอรี่เเบบ 20 โมดูลล่า ที่ความจุ 144 โวลต์ อีกด้วย

โดยทางด้านของการขับเคลื่อนรถนั้นมันก็มาพร้อมกับระบบเกียร์ที่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้มีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูงเป็นอย่างยิ่ง โดยที่มีช่วงล่างที่แข็งแกร่งตามแบบฉบับของรถยนต์แนวฮัทแบค ด้วยเทคโนโลยีของระบบกันสะเทือนรุ่นใหม่ ที่ทำให้ Toyota Prius C มีความนุ่มนวลทุกการขับขี่ ด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นเเบบเเมคฟอร์สัน
ส่วนด้านหลังนั้นเป็นเเบบ ทัวร์ชั่น บรีม พร้อมกับความปลอดภัยที่น่าสนใจอย่างยิ่งกับระบบเบรกด้านหน้าที่เป็นแบบ Ventilated disc ในขณะที่ด้านหลังนั้นก็มาพร้อมกับระบบเบรกแบบ Drum ภายใต้การควบคุมของระบบเบรกแบบ ABS เเละเสริมด้วยระบบกระจายแรงเบรกแบบ EBD โดยที่มีระบบควบคุมการทรงตัวแบบ VSC พร้อมกับระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ TRC และระบบช่วยออกตัวบนทางชันแบบ HAC
ส่วนทางด้านของพวงมาลัยนั้นก็เป็นแบบพวงมาลัยพาวเวอร์ สำหรับการควบคุมการขับเคลื่อนของรถ และสามารถทำรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดได้ที่ 4.8 เมตร ถือเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกที่มาพร้อมกับสเปกของสมรรถนะที่สูงจนน่าตกใจเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมรถยนต์ Toyota Prius C ถึงเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้ที่มาพบเห็น

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

Toyota Hiace เวอร์ชั่นใหม่ รถตู้ที่เราชาวไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี


 

ในแวดวงของยานยนต์ประเภทรถตู้นั้นถือว่า Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอซ) ก็เป็นรถตู้ที่เราชาวไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะมันได้เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยมาอย่างยาวนานและอยู่คู่สังคมไทยมานานเลยทีเดียว ด้วยการออกแบบที่สามารถตอบสนองความต้องการทุกประเภทและสมรรถนะของเครื่องยนต์แรงเกินห้ามใจ ก็ทำให้โตโยต้าจัดการส่ง Toyota Hiace ในเวอร์ชั่นใหม่ ออกมาให้เราได้สัมผัสกันอีกครั้งแล้ว 
หากพูดถึงภาพรวมก็ต้องบอกว่าเป็นรถตู้ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มีความครบเครื่องในการใช้งานค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในก็ตอบโจทย์ทุกด้าน ความสะดวกสบายถือว่าเป็นจุดเด่น ทำให้ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่สะดวกสบาย มีฟังก์ชั่นรองรับการใช้งานและใช้งานได้ง่ายอีกด้วย หากคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก Toyota Hiace รถตู้รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ได้สบาย และนี่คือรถตู้ค่ายรถดังจากแดนปลาดิบถือเป็นอันดับ 1 ทางด้านนี้เลยก็ว่าได้

ราคารถตู้ Toyota Hiace

ราคา Toyota Hiace 939,000 บาท.

การออกแบบภายนอก Toyota Hiace

สำหรับการดีไซน์ภายนอกของ Toyota Hiace มีการดีไซน์ตัวบอดี้นั้นก็ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของรถตู้ที่เอาไว้ใช้งาน โดยมีเหลี่ยมมุมที่น่าสนใจพร้อมกับฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาเพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่ทั้งกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ, กันชนหลังก็สีเดียวกับตัวรถ พร้อมด้วยกระจังหน้าสีเงินเมทัลลิก และระบบไฟหน้าจะเป็นแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ ส่องสว่างทุกการเดินทาง พร้อมด้วยที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบปรับตั้งเวลาได้

ในส่วนของโครงสร้าง โตโยต้า ไฮเอซ มันมาพร้อมกับโครงสร้างนิรภัยแบบ GOA ที่มีคานเหล็กนิรภัยกันกระแทกด้านข้าง โดยมีความยาวทั้งคันอยู่ที่ 4,695 มม. ในขณะที่มีความกว้างอยู่ที่ 1,695 มม. และมีความสูง 1,980 มม. ส่วนความยาวช่วงล้ออยู่ที่ 2,570 มม. และมีความกว้างช่วงล้อหน้าอยู่ที่ 1,470 มม. ส่วนความกว้างช่วงล้อหลังอยู่ที่ 1,465 มม. โดยมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดอยู่ที่ 5.0 เมตร และมีน้ำหนักรถโดยประมาณที่ 1,600 กิโลกรัม
ส่วนทางด้านของความปลอดภัย Toyota Hiace ก็มีถุงลมเสริมความปลอดภัยแบบ SRS ถึง 2 จุด ทั้งในด้านของคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า โดยมีเข็มขัดนิรภัย ด้านหน้าในเบาะแถวที่ 1 ซึ่งเป็นแบบ ELR ยึด 3 จุด 2 ที่นั่ง พร้อมกับระบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ และ NR ยึด 2 จุด 1 ที่นั่ง โดยมีแป้นเบรกนิรภัยแบบยุบตัวได้ และวาล์วตัดน้ำมันเชื้อเพลิงอัตโนมัติ ถือเป็นรถตู้อีกรุ่นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

การออกแบบภายใน โตโยต้า ไฮเอซ

สำหรับการออกแบบภายในของ โตโยต้า ไฮเอซ นั้นก็ออกแบบห้องโดยสารภายในมาได้อย่างกว้างขวางกว่ารุ่นเดิมๆ โดยมีจำนวนที่นั่ง ห้องโดยสารตอนหน้า 3 นั่ง สามารถปรับเอนและเลื่อนได้เฉพาะด้านคนขับ โดยวัสดุเบาะนั่งนั้นทำจากผ้า พร้อมด้วยส่วนเสริมต่างๆ ทั้งมาตรวัดพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมสัญญาณเตือนมาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและสัญญาณเตือนไฟเตือนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง และสัญญาณเตือนเสียงเตือนเมื่อเสียบกุญแจค้างพร้อมด้วยที่เขี่ยบุหรี่
ส่วนไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร มี 1 จุด พร้อมสวิตซ์ปิด-เปิดที่คนขับ โดยมีกระจกมองหลังสามารถแบบปรับลดแสงสะท้อน พร้อมกับช่องเก็บของด้านบนและล่าง และยังมีช่องเก็บของแผงประตูด้านหน้าพร้อมที่วางขวดน้ำ ส่วนที่เก็บเหรียญจะอยู่ที่คอนโซลหน้า 1 ตำแหน่ง และมีที่วางแก้วที่คอนโซลหน้า 2 ตำแหน่ง และคอนโซลกลาง 2 ตำแหน่ง พร้อมกับระบบปรับอากาศแบบธรรมดา 1 ตอน โดยที่พวงมาลัยเป็นแบบ 4 ก้าน หุ้มด้วยยูรีเธนและสามารถปรับระดับได้

สมรรถนะความปลอดภัยรถตู้รุ่นนี้
ทางด้านของสมรรถนะเครื่องยนต์ถือเป็นรถตู้ที่มีความสามารถในการใช้งานได้อย่างหลากหลาย จึงทำให้มันมาพร้อมกับเครื่องยนต์รุ่น 1KD-FTV (I/C) ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ จำนวน 4 สูบ แบบแถวเรียง DOCH 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ โดยที่มีขนาดความจุกระบอกสูบถึง 2,982 ซีซี โดยที่มีความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก อยู่ที่ 96.0 มม. x 103.0 มม. โดยมีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 16.0 : 1 สามารถให้กำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้าที่ 3,400 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 300 นิวตันเมตรที่ 2,400 รอบต่อนาที พร้อมกับระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นแบบหัวฉีดไดเร็คอินเจคชั่น แบบคอมมอนเรล โดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซล พร้อมกับความจุถังน้ำมันขนาด 70 ลิตร โดยที่ได้มาตรฐานไอเสียแบบยูโร 4 อีกด้วย
ส่วนระบบเกียร์นั้นก็เป็นแบบเกียร์แบบธรรมดา 5 สปีด โดยมีอัตราการทดเกียร์ตั้งแต่เกียร์ที่ 1 ถึง 5 อยู่ที่ 4.313 ถึง 0.838 ส่วนอัตราทดเกียร์ถอยหลังจะอยู่ที่ 4.220 และมีอัตราทดเฟืองท้ายอยู่ที่ 3.727 ทางด้านของช่วงล่างนั้นก็แข็งแกร่ง ด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระดับเบิ้ลวิชโบนและทอร์ชั่นบาร์สปริง พร้อมเหล็กกันโครง ส่วนด้านหลังจะเป็นแบบแหนบซ้อนพร้อมโช้กอัพ
ทางด้านของความปลอดภัย Toyota Hiace ก็มาแบบจัดเต็มด้วยระบบเบรกด้านหน้าที่เป็นแบบดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน ในขณะที่ด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก ที่มาพร้อมระบบ Super LSPV นอกจากนี้ยังมีระบบพวงมาลัยแบบแรคแอนด์พีเนี่ยน ที่เป็นแบบเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง โดยที่มีล้อแบบกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบล้อแบบเต็ม และยางขนาด 195R 15C