แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Honda แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Honda แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ราคามอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ Honda ทุกรุ่นล่าสุด

 

หากจะพูดถึงค่ายบิ๊กไบค์ยอดนิยม สำหรับราคา Honda ต้องบอกว่าแต่ละรุ่นที่ออกมาจำหน่ายนั้น ขายดิบขายดีเป็นอย่างมาก ด้วยการออกแบบที่สวยงาม มีการผสมผสานความทันสมัยเข้ากับการออกแบบย้อนยุคในบางรุ่น สำหรับราคา Honda แล้ว ก็มีหลายๆค่ายที่ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ในแนวเดียวกันออกมาหลายๆค่าย

ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์มีการแข่งขันทางด้านราคา ทำให้ราคา Honda มีราคาไม่แพงเหมือนกับสมัยก่อน อีกทั้ง ผู้ใช้ยังได้รับข้อดีในส่วนนี้ไปด้วย เพราะว่าในสมัยนี้ราคาบิ๊กไบค์ Honda ราคาเริ่นต้นที่หลังแสนต้นๆ ถือว่าราคา Honda เป็นราคาที่น่าสนใจจริงๆ ถึงแม้จะมีคู่แข่งทั้งในเอเชียและยุโรป


แต่ค่ายฮอนด้าก็สามารถทำตลาดในประเทศไทยได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ก็มียอดขายดีไม่ว่าจะเป็นในเอเชียหรือต่างประเทศก็ขายดีไม่แพ้กัน เพราะราคา Honda ก็เป็นอีกหนึ่งค่ายรถที่มีจุดเด่นในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบำรุงรักษา หรืออะไหล่ที่หาง่าย ความคงทนในการใช้งาน โดยราคา Honda ก็มีหลายเรทราคาให้เลือก และมีรุ่นย่อยๆออกมาจำหน่ายในหลายราคา

ราคา Honda ทุกรุ่นล่าสุด

ราคา HONDA CB300R 149,800 บาท

ราคา HONDA CB500F 212,000 บาท

ราคา HONDA CB500X 222,000 บาท

ราคา HONDA CB650R 2019 305,000 บาท

ราคา HONDA CB1000R 2019 515,000 บาท

ราคา HONDA CB1100EX 549,000 บาท

HONDA CB1100RS ราคา 559,000 บาท

ราคา HONDA CBR500R 217,000 บาท

ราคา HONDA CBR650R 320,000 บาท

ราคา HONDA CBR1000RR 643,000 บาท

ราคา HONDA CBR1000RR RED 643,000 บาท

ราคา HONDA CBR1000RR SP 779,000 บาท

ราคา HONDA REBEL 500   220,000 บาท

ราคา HONDA NM4  529,000 บาท

ราคา HONDA CTX700N (DCT) 385,000 บาท

ราคา HONDA CTX700N (MT) 331,000 บาท

ราคา HONDA NC750X (DCT) 364,000 บาท

ราคา HONDA NC750X (MT) 344,000 บาท

ราคา HONDA X-ADV 420,000 บาท

ราคา HONDA VFR1200X 817,000 บาท

ราคา ฮอนด้า โกลด์วิง 2018 (DCT) 1,280,000 บาท

ราคา ฮอนด้า โกลด์วิง 2018 (MT) 1,150,000 บาท

ราคา HONDA AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS (DCT) 625,000 บาท

ราคา HONDA AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS (MT) 595,000 บาท

ราคา ฮอนด้า อาฟริกา ทวิน CRF1000L (MT) 550,000 บาท

ราคา ฮอนด้า อาฟริกา ทวิน CRF1000L (DCT) 580,000 บาท

สำหรับ ราคา Honda ทุกรุ่นที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่ามีหลายเรทราคาให้คุณเลือกเป็นเจ้าของ สามารถสัมผัสตัวจริงบิ๊กไบค์ฮอนด้าได้ที่ศูนย์จำหน่ายใกล้บ้านท่าน

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ใหม่ Honda Brio อีโค่คาร์ราคาถูก


ในแวดวงของตลาดรถยนต์ขนาดเล็กในเมืองไทยนั้น คงไม่มีใครไม่รู้จัก Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) อีโค่คาร์ขาใหญ่จากแดนปลาดิบ ที่มีราคาที่แสนจะยั่วยวนก็ทำให้มันเป็นที่สนใจของใครหลายๆคนอยู่ในเวลานี้ แต่ทว่าในแวดวงของตลาดรถยนต์ขนาดเล็กในเมืองไทยนั้น ต้องยอมรับกันเลยว่ามีการแข่งขันกันสูงในปัจจุบัน แต่ละค่ายก็เข็นเอารถยนต์แนวฮัทแบคออกมาตอบสนองความต้องการของไลฟ์สไตส์การขับขี่ในยุคใหม่กันอย่างไม่ยอมกัน สำหรับค่ายดังอย่าง ฮอนด้า ก็ไม่พลาดที่จะส่ง ฮอนด้า บริโอ้ รุ่นใหม่ออกมาสู้กับค่ายรถยนต์อื่นๆ กับเขาบ้าง ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและตอบสนองความต้องการของการใช้งานได้อย่างครบครัน
สำหรับสีนั้น Honda Brio ก็มาพร้อมกับเฉดสีรุ่นใหม่ถึง 7 เฉดสีสดใสให้ได้เลือกกันอย่างจุใจทั้ง สีเขียวเฟรชไลน์ (เมทัลลิก), สีขาวทาฟเฟต้า, สีแดงแรลลี่, สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก), สีดำคริสตัล (มุก), สีฟ้าเซรูเลียน และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก)

ราคา Honda Brio

ราคา Honda Brio S MT 436,500 บาท
ราคา Honda Brio S AT475,500 บาท
ราคา Honda Brio V MT 472,500 บาท
ราคา Honda Brio V AT 511,500 บาท
ราคา ฮอนด้า บริโอ้ V Limited AT 533,500 บาท

ราคา ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ 2019

ราคา ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ V CVT 517,000 บาท.
ราคา ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ SV CVT 579,000 บาท.

ดีไซน์ภายนอก Honda Brio

ในส่วนของการออกแบบภายนอกของ Honda Brio นั้นถือว่ามีการออกแบบที่สวยงามและน่าสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อมันมีโครงสร้างความยาวตลอดทั้งคันจะอยู่ที่ 3,610 มม. ส่วนความกว้างนั้นอยู่ที่ 1,680 มม. โดยจะมีความสูงที่ 1,485 มม. ส่วนฐานล้อนั้นอยู่ที่ 2,345 มม. โดยที่มีระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้าอยู่ที่ 1,480 มม. ส่วนคู่หลังอยู่ที่ 1,465 มม. โดยที่มีความสูงใต้ท้องรถอยู่ที่ 150 มม. ทางด้านของน้ำหนักรถโดยรวมจะอยู่ที่ 953 กิโลกรัม พร้อมกับความจุถังน้ำมันขนาด 35 ลิตร

โดยในส่วนของตัวบอดี้ ฮอนด้า บริโอ้ ก็ดีไซน์ได้โฉบเฉี่ยวสะดุดตาในแบบใหม่เลยทีเดียว ซึ่งมาพร้อมกับไฟหน้าแบบฮาโลเจน ที่สอดรับกับกระจังหน้าแบบโครเมียมที่โดดเด่นสะดุดตา โดยที่มีกันชนหน้าและกันชนหลังเป็นสีเดียวกับตัวรถ นอกจากนี้แล้วยังมีไฟตัดหมอกคู่หน้า ที่ช่วยเสริมทัศนวิสัยในการขับขี่ได้อย่างดี ส่วนกระจกมองข้างนั้นก็มีสีเดียวกับตัวรถ รวมไปถึงมือจับประตูด้านนอกก็เป็นแบบเดียวกัน พร้อมกันนี้ก็ยังมีระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าเป็นแบบหน่วงเวลา แต่ในส่วนของด้านหลังจะเป็นแบบธรรมดา โดยที่มีไล่ฝ้าที่กระจกหลังอีกด้วย และเสริมความสปอร์ตดัวยสปอยเลอร์หลัง และตกแต่งด้านท้ายด้วยคิ้วโครเมียม ส่วนวงล้อ Honda Brio จะเป็นแบบอัลลอยขนาด 14 นิ้ว

ดีไซน์ภายใน ฮอนด้า บริโอ้

มาดูกันต่อที่การออกแบบภายในห้องโดยสารของ Honda Brio นั้นถือว่าได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวางสะดวก โดยภายในใช้สีเบจ ส่วนสีของเบาะนั่งจะเป็นแบบทูโทน โดยที่มีเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับได้แบบชิ้นเดียว ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย พร้อมกับมีแผ่นกั้นห้องสัมภาระ โดยในส่วนของแผงคอนโซลนั้นก็ถือว่ามีความสวยงามและออกแนวสปอร์ตเร้าใจ โดยมีมาตรวัดเป็นแบบสปอร์ตที่แสดงอัตราการสิ้นเปลืองของพลังงานเชื้อเพลิงและมีไฟแสดงผลการขับขี่ในแบบประหยัด Eco Indicator พร้อมกับพวงมาลัยก็สามารถที่จะปรับสูง-ต่ำได้

โดยที่ในส่วนของกระจกมองข้างนั้นสามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้า ในส่วนของกระจกมองหลังก็ยังเป็นแบบตัดแสงได้อีกด้วย โดยที่ในส่วนของแผงบังแดดและไฟในห้องโดยสาร พร้อมทั้งในส่วนของแผงควบคุมระบบปรับอากาศจะมีการตกแต่งด้วยเมทัลลิก เช่นเดียวกันกับบริเวณเกียร์ และยังเสริมด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับเครื่องเสียงที่มีลำโพงคู่หน้า และช่องสำหรับเชื่อมต่อ USB และช่อง AUX สำหรับต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ

นอกจากนี้ก็ยังมีระบบปรับอากาศที่เย็นสบายทุกที่นั่ง พร้อมกับเซ็นทรัลล็อก และมีกุญแจรีโมทนิรภัยแบบ Immobilizer ที่มีสัญญาณกันขโมยพร้อมด้วยล็อกกันเด็กประตูหลัง และกุญแจแบบ Wave Key โดยที่มีความปลอดภัยด้วยถุงลมอัจฉริยะด้านหน้าคนขับเป็นแบบ i-SRS ส่วนถุงลมด้านหน้าผู้โดยสารจะเป็นแบบ SRS พร้อมกับเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าเป็นแบบดึงกลับอัตโนมัติ โดยที่เป็นแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ส่วนด้านหลังจะเป็นแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง และ 2 จุด 1 ตำแหน่ง เรียกว่ามีความปลอดภัยสูงเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ Honda Brio อีโค่คาร์รุ่นเล็กจากค่ายฮอนด้าคันนี้

สมรรถนะความปลอดภัยอีโค่คาร์รุ่นนี้
ทางด้านของสมรรถนะนั้น ถึงแม้ว่า Honda Brio รุ่นใหม่นั้นจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กก็ตาม แต่มันก็มาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นเครื่องยนต์แบบ ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ จำนวน  4 สูบ แบบ  i-VTEC  โดยที่มีขนาดความจุกระบอกสูบ 1.2 ลิตร พร้อมกับระบบหัวฉีดแบบ PGM-FI โดยที่มีขนาดกระบอกสูบ X ช่วงชัก อยู่ที่ 73.0 มม. X 71.6 มม. ส่วนอัตราการอัดจะอยู่ที่ 10.2 : 1 และที่สำคัญคือสามารถให้กำลังถึง 90 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ในขณะที่แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 110 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที

ทางด้านของความประหยัดของ ฮอนด้า บริโอ้ ก็ถือว่าดีเยี่ยมโดยมันมีอัตราการประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมกันนี้ก็มีระบบควบคุมการเปิด-ปิดด้วยลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า DBW สำหรับระบบเกียร์ Honda Brio ก็เป็นแบบ CVT พร้อมด้วยระบบ Shifting Control of Cornering Gravity โดยมันจะทำงานผสานกับระบบคลัทช์แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ที่เป็นแบบระบบล็อกอัพ ได้อย่างลงตัวและเต็มประสิทธิภาพ โดยที่จะมีอัตราการทดเกียร์จากเกียร์ที่ 1 ถึง 5 อยู่ที่ 2.419 ถึง 0.421 โดยที่เกียร์ถอยหลังอยู่ที่เรท 2.537 ถึง 1.516 ในส่วนของเฟืองท้ายจะมีเรทอยู่ที่ 4.619 ทางด้านของระบบควบคุมรถนั้น ก็มาพร้อมกับระบบพวงมาลัยเป็นแบบแร็ค แอนด์ พิเนียนพร้อมด้วยเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPS โดยมีความสามารถหมุนได้สูงสุดถึง 3.42 รอบและ ฮอนด้า บริโอ้ มีรัศมีวงเลี้ยงที่ 4.5 เมตร

ส่วนช่วงล่างนั้นก็ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ที่ถึงแม้ว่า Honda Brio เป็นรถยนต์รุ่นเล็ก แต่ก็เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง โดยมีระบบกันสะเทือนที่ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัทอิสระ พร้อมด้วยเหล็กกันโคลง ส่วนที่ด้านหลังนั้นจะเป็นแบบทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape ทางด้านของความปลอดภัยนั้นก็มีระบบเบรกแบบดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะเป็นแบบดรัมเบรก พร้อมเสริมด้วยระบบเบรกแบบ ABS ที่ทำงานควบคู่กับระบบกระจายแรงเบรกแบบ EBD โดยที่มีคานเหล็กเสริมรับแรงกระแทกด้านข้างและไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED อีกด้วย ถือว่า ฮอนด้า บริโอ้ มีความปลอดภัยสูงเลยทีเดียวสำหรับรถยนต์เล็กๆรุ่นนี้
 ที่มา http://th-bigbike.com/honda-price-list/

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

10 บิ๊กไบค์ทัวร์ริ่งยอดนิยมในตลาดรถ



ใครที่ชอบการเดินทาง แน่นอนว่าคงไม่พลาดหาพาหนะการเดินทางเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน และในตอนนี้ มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่งก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนที่ชอบการเดินทางไปแล้วครับ ด้วยหลายๆปัจจัย เช่นความประหยัดแน่นอนว่ามอเตอร์ไซค์ทำได้ดีกว่ารถยนต์อย่างแน่นอน ความคล่องตัว ก็มีมากกว่ารถยนต์ อีกทั้งความเท่ก็มีมากกว่ารถยนต์บางคันเสียอีก ที่สำคัญโดยเฉพาะความแรงบิ๊กไบค์รุ่นใหญ่ๆ บางคัน มีเครื่องยนต์แรงกว่ารถยนต์ด้วยนะครับ ต้องบอกว่ามันยอดเยี่ยมมากๆ ที่คุณจะได้กินลมชมวิวไปกับการเดินทางบนบิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง

 วันนี้เราเลยนำ 10 ทัวร์ริ่งยอดนิยม มาให้เพื่อนๆได้ผลโฉมกันนะครับ ต้องบอกว่า แต่ละคัน มาพร้อมความเหนือชั้น เฉพาะตัวเลยทีเดียว ต้องบอกว่า 10คันที่เราจะนำมาให้ดูนี้ เครื่องยนต์แง ขนาดใหญ่ ดีไซน์หรูหรา เท่สไตล์สปอร์ต ราคาสมกับประสิทธิภาพและสมรรถนะที่คุณจะได้รับ ความแข็งแรงและการใช้งานยาวนานและคงทน มาดูกันเลยครับว่ามีรุ่นใดบ้าง แล้วจะมีรุ่นไหนโดนใจคุณบ้างมาดูเลยดีกว่าครับผม ว่าจถูกใจคุณหรือเปล่า

                อันดับ 10 BMW C 650 GT (บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซี 650 จีที) พรีเมี่ยมสกูตเตอร์สไตล์ทัวร์ริ่งคันนี้ เป็นครุยเซอร์ขนาดกลาง ที่ตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างยอดเยี่ยม ดีไซน์หรูหรามีระดับ แรงเกินพิกัด ด้วยเครื่องยนต์ 647ซีซี แบบ 2ระบอกสูบอินไลน์ สามารถสร้างกำลังได้สูงสุดกว่า 60แรงม้า และสามารถเร่งอัตรา 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 7.1วินาที สำหรับทัวร์ริ่งสัญชาติเยอรมันคันนี้ มีราคาอยู่ที่ 599,000 บาทเท่านั้นครับ

                อันดับ 9 Ducati Multistrada 1200 S Granturismo (ดูคาติ มัลติสตราด้า 1200 เอส แกรนตูริสโม) ทัวร์ริ่งไบค์สไตล์เอ็นดูโร่จากแดนมะกะโรนี มาพร้อมความแรงและดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต และแปลกตา เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 1198.40ซีซี แบบสี่จังหวะ ในเครื่องยนต์แอลทวิน สองกระบอกสูบ เดสโมโครมิค 150แรงม้า ทัวร์ริ่งคันนี้สามารถจุน้ำมันได้ถึง 20ลิตร มีน้ำหนักประมาณ 245 กิโลกรัม ราคาคุ้มค่ากับเครื่องยนต์และดีไซน์ บิ๊กไบค์สัญชาติอิตาลีคันนี้ราคา 1,550,000 บาทครับ

                อันดับ 8 Harley-Davidson Softail Heritage Classic (ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ซอฟเทล เฮอริเทจ คลาสสิค) ทัวร์ริ่งสไตล์คลาสสิค แนวช็อปเปอร์ ใครที่ชอบบิ๊กไบค์สไตล์นี้พลาดไม่ได้กับสุดยอดความคลาสสิคที่ไม่มีใครเทียบเท่า ช็อปเปอร์สัญชาติอเมริกันคันนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ วีทวิน โอเอชวี ไฮโดรลิค 1690ซีซี แบบสี่จังหวะ รองรับเชื้อเพลิงได้ 18.9ลิตร ขับขี่ได้ยาวนาน น้ำหนักมากพอตัวที่ 341กิโลกรัม ราคาล้ำตามสไตล์ที่ 1,455,000 บาท เรียกว่าค่อนข้างเหมาะสมกับแบรนด์นี้และสมรรถนะและดีไซน์เลยครับ

                อันดับ 7 Honda CTX 1300 (ฮอนด้า ซีทีเอ็กซ์ 1300) ทัวร์ริ่งสัญชาติญี่ปุ่น เรียกว่าเป็นบิ๊กไบค์ระดับไฮคลาสอีกหนึ่งคันที่ออกมาตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างพรีเมี่ยม ดีไซน์ภายนอกสวยงามทุกเส้นสายการออกแบบ มีความหรูหราและเรียบง่ายผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แรงด้วยเครื่องยนต์วี  แบบ 16วาล์ว  1261 ซีซี รองรับเชื้อเพลิงกว่า 19ลิตร มีน้ำหนักอยู่ที่ 338กิโลกรัม  ราคาอยู่ที่ประมาณ 850,000 บาท เป็นราคาที่ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว สำหรับบิ๊กไบค์ขนาดใหญ่ที่ราคาไม่เกินล้าน เรียกว่าคุ้มค่ามากๆเลยครับ

                อันดับ 6 Indian Chief Vintage (อินเดียน ชีฟ วินเทจ) บิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง ที่มาในมาดของช็อปเปอร์สุดคลาสสิค ดีไซน์ล้ำ สวยหรู เฉียบคมทุกเส้นสาย ขับขี่สนุกด้วยระบบเกียร์ 6สปีด เร้าใจด้วยขุมพลังจาก วีทวิน ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 8วาล์ว 1731ซีซี แรงมาก แต่ก็ปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรกทั้งล้อหน้าและล้อหลังที่ช่วยเซฟตี้ทุกการเดินทางของคุณได้อย่างนุ่มนวล เป็นทัวร์ริ่งที่จุน้ำมันได้ 20.8ลิตร น้ำหนัก 379กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 1,585,000 บาท

                อันดับ 5 Kawasaki VN900 Custom SE Standard (คาวาซากิ วีเอ็น900 คัสต้อม เอสอี สแตนดาร์ด) ช็อปเปอร์แดนปลาดิบคันนี้ มาในมาดบิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง  พร้อมตอบโจทย์ความหรูหราในการเดินทางได้อย่างยอดเยี่ยม เพิ่มความอลังการทุกเส้นทางด้วยความแรงของเครื่องยนต์ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 903ซีซี แบบสี่จังหวะ ที่จุน้ำมันได้ 20ลิตร ช่วงล่างใช้ระบบเทเลสกอปิคและยูนิแทรค ปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรคทั้งหน้าและหลัง น้ำหนักบิ๊กไบค์คันนี้อยู่ที่ 278กิโลกรัม ราคา 497,500 บาทถูกมากๆ

                อันดับ 4 KTM 1190 Adventure Standard (เคทีเอ็ม 1190 แอดเวนเจอร์ สแตนดาร์ด) ทัวร์ริ่งไบค์สไตล์เอ็นดูโร่คันนี้ มาพร้อมความสปอร์ตและความเฉียบคมของดีไซน์ที่สวยงามสะดุดตา เดินทางอย่างสนุกสนาน ด้วยความนุ่มนวลของช่วงล่างที่ออกแบบมาได้เป็นอย่างดี ทรงพลังทุกเส้นทางด้วยเครื่องยนต์ 2กระบอกสูบ 1195ซีซี ที่สามารถจุน้ำมันได้ 19.5ลิตร ปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรคทั้งล้อหน้าและล้อหลัง น้ำหนักรวม 212กิโลกรัมเท่านั้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,239,900 บาทครับ

                อันดับ 3 Suzuki V-Storm 1000 ABS (ซูซุกิ วี-สตอร์ม 1000 เอบีเอส) เอ็นดูโร่ไบค์แดนปลาดิบคันนี้ มาพร้อมให้คุณผจญภัยสไตล์ทัวร์ริ่งแล้วครับ ทั้งดีไซน์และความแกร่งเรียกว่าครบครัน แรงเต็มกำลังด้วยเครื่องยนต์แบบ 1037ซีซี เครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบวีทวิน ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 4จังหวะ รองรับเชื้อเพลิงได้ 20ลิตร พร้อมทั้งมีน้ำหนักอยู่ที่ 228กิโลกรัมเท่านั้นครับ สองล้อสัญชาติญี่ปุ่นคันนี้ ให้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาแค่ 698,000 บาทเท่านั้นครับ

                อันดับ 2 Triumph Tiger 800 XC (ไทรอัมพ์ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซี) ทัวร์ริ่งสไตล์แอดเวนเจอร์ ที่เน้นความเป็นสปอร์ตเอ็นดูโร่ เรียกว่าตอบโจทย์การเดินทางได้ทุกสภาพถนน พร้อมพาคุณผจญภัยทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะสุดพิเศษ จากเครื่องยนต์ 3กระบอกสูบ 94แรงม้า ขนาด 800ซีซี เครื่องยนต์ขนาดกลางรุ่นนี้ใช้ระบบเชื้อเพลิงแบบ มัลติพ้อยท์ ซีเควนเชียล อีเลคโทรนิค พร้อมจุน้ำมันได้ 19ลิตร รวมแล้วมีน้ำหนัก 215 กิโลกรัม ราคาเบาๆที่ 525,000 บาทเท่านั้นครับ รุ่นนี้ได้รับความนิยมมากในยุโรป

                อันดับ 1 Victory Cross Country Tour Standard (วิคตอรี่ ครอส คันทรี่ ทัวร์ สแตนดาร์ด) สิงห์นักบิดทั้งหลายคงอยากได้เจ้าบิ๊กไบค์คันนี้มาทัวร์ริ่งแน่นอน ไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่สวยหรูสไตล์ช็อปเปอร์เท่านั้น แต่เครื่องยนต์ยังใหญ่และแรงเหนือชั้น  ด้วยระบบวีทวิน 1731ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงผ่านระบบหัวฉีด รองรับได้ 22ลิตร ช่วงล่างใช้ระบบเทเลสกอปิคและโช๊คอัพแก๊ส มีระบบดิสก์เบรคทั้งหน้าและหลัง น้ำหนักประมาณ 384 กิโลกรัม และที่สำคัญราคา 1,550,000 บาทเท่านั้นครับคุ้มค่าที่สุดแล้วรุ่นนี้
               

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ค่าย HONDA ในตลาดรถปี 2015

รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ค่าย HONDA ในตลาดรถปี 2015

                สำหรับปีนี้ ค่ายรถอย่าง HONDA (ฮอนด้า) ก็ได้ส่งมอเตอร์ไซค์หลายรุ่น เข้ามาสู่ในสังเวียน ตลาดรถ BIGBIKE 2015 จนได้รับความนิยมและความน่าสนใจ สร้างความคึกคักให้วงการมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของโลกได้เป็นอย่างดี สำหรับฮอนด้าเองแล้ว แน่นอนว่าค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องของมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตไบค์เป็นหลักที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งรุ่นเล็กๆ ซีซีน้อย ๆ ไปจนถึงรุ่นใหญ่ๆ ซีซีเยอะๆ ก็จัดหนักออกมาให้ชาวไบค์เกอร์มือเก่าและมือใหม่และทุบกระปุกซื้อกันอยู่เป็นประจำ ส่วนรถที่น่าสนใจในตลาดรถบิ๊กไบค์ 2558 นี้จากฮอนด้าก็มีหลายรุ่นเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถแนวสปอร์ต รถแนวสตรีท ก็ผลิตมาวางขายกันอย่างล้นตลาด แต่จะมีรุ่นไหนน่าสนใจในตอนนี้บ้างมาดูกันเลย
                เริ่มกันที่รุ่นใหญ่กันก่อนเลยครับ ความฮอตฮิตในนาทีนี้หนีไม่พ้น SPORT BIKE รุ่นใหญ่อย่าง HONDA CBR1000RR (ฮอนด้า ซีบีอาร์ 1000 อาร์อาร์ ) รถแข่งขนาด 999ซีซี ที่ให้กำลังแรงบิดและแรงม้าได้อย่างจัดเต็ทุกรอบ เติมเต็มความเหนือชั้นด้วยระบบเชื้อเพลิงสุดพิเศษแบบ PGM-DSFI สำรับราคาการวางขาย อย่าง HONDA CBR1000RR ราคา เริ่มต้นที่ 685,000 บาท โดยจะมีการปรับราคาตามสี สิงห์นักบิดที่รักความแรงและมองหามอเตอร์ไซค์ขุมพลังบิ๊กๆ รุ่นนี้คงจะสนองตัณหาทั้งเรื่องราคาและความแรงให้คุณได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน

                บิ๊กไบค์ของฮอนด้าที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดรถ BIGBIKE รุ่นต่อมาคือ Honda CB650F ( ฮอนด้า ซีบี650เอฟ ) ที่ชาว NAKED BIKE  ส่วนใหญ่จะเอาไปเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจกับมอเตอร์ไซค์ค่ายสีเขียวอยู่ 1รุ่น  สำหรับสตรีทไบค์แนวเน็คเก็ตสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นนี้มาพร้อมขุมพลัง 649 ซีซี 87 แรงม้า และราคา Honda CB650F นั้นจะขายอยู่ที่ 285,000 บาท - 288,000 บาท เรียกว่าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมากๆ แถมยังมียอดขายค่อนข้างดีเลยทีเดียว หลายเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับความสนใจในหมู่คนขับขี่บิ๊กไบค์อีกหนึ่งคันครับสำหรับ ฮอนด้า ซีบี650เอฟ
                ในปี 2015 นี้ ขอยกให้ เน็คเก็ตไบค์อีกหนึ่งคันจากฮอนด้าที่น่าสนใจและค่อนข้างได้รับความสนใจจากมือใหม่ที่กำลังมองหาบิ๊กไบค์ราคาถูกกันอยู่ สำหรับ Honda CB300F ( ฮอนด้า ซีบี300เอฟ ) NAKED BIKE รุ่นสมอลที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 286 ซีซีคันนี้ จะขายในราคา 130,000 บาทเท่านั้น เรียกว่าราคา Honda CB300F รุ่นนี้ค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ ใครที่สนใจบิ๊กไบค์ราคาไม่แพง มีงบน้อย ๆ งบจำกัด คาดว่าอาจจะได้สอยฮอนด้า ซีบี300เอฟ ไปขับขี่กินลมเพลินๆแน่นอนครับ เห็นราคาถูกๆแบบนี้คุณภาพที่อัดแน่นทุกสัดส่วนกันเลยทีเดียว

                ยังมีหมดนะครับ มี BIGBIKE อีกหนึ่งรุ่นจากฮอนด้าที่ค่อนข้างสร้างกระแสได้เป็นอย่างดี รับหรับคนชอบสปอร์ตไบค์ และอยากมีสปอร์ตไบค์ซีซีเบาๆ มาเพิ่มความเท่ ปีนี้ ฮอนด้าได้ปล่อย Honda CBR300R (ฮอนด้า ซีบีอาร์ 300 อาร์ ) เข้าสู่ตลาดรถ BIGBIKE เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ โดยเจ้าสปอร์ตแดนปลาดิบดีกรีแรงคันนี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 286 ซีซี ที่มพาร้อมเฟรมแบบ Diamond Twin-Spar Steel Frame ดีไซน์สวยงามทุกเส้นสายใครที่สนใจ ราคา Honda CBR300R อยู่ที่ 134,000- 136,000 บาท ถือว่ายังเป็นราคาที่น่าสนใจ ใครที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตราคาประหยัด รุ่นนี้แหละครับ ประหยัดแน่นอน ตอบโจทย์การขับขี่ให้คุณได้อย่างคุ้มค่าเกินราคาแน่ๆ

                และนี่ก็เป็นความน่าสนใจในตลาดรถ BIGBIKE ของ HONDA (ฮอนด้า) นะครับ คนที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ค่ายนี้อยู่แล้วคงจะชอบใจกันไม่น้อย สำหรับ 4 รุ่นที่น่าติดตามในปีนี้ และคาดว่าในช่วงปลายปี และกลางปี ก็อาจจะยังคงมีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จากค่ายรถแดนปลาดิบค่ายนี้ออกมาสู่สายตาประชาชนอีกหลายรุ่นแน่นอนครับ

อ้างอิงจาก http://th-bigbike.com/category/honda/