แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BMW แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BMW แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

สเปคและราคา BMW X1 รุ่นใหม่ในตลาดรถ

 รถยนต์ BMW X1 ด้านหน้าของตัวรถ ถูกออกแบบขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก สายตาของเหยี่ยว ที่ดูมาดมั่น แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในตนเอง เส้นสายภายนอก แสดงออกถึงการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แม้ในขณะที่ รถจะจอดนิ่ง สนิททุกรุ่น มีกระจังหน้าเป็นแบบ โครเมียม ลายขั้นบันได ไฟตัดหมอกด้านหน้า และไฟเลี้ยวที่กรอบกระจกมองข้าง แบบ LED มาให้ แต่เฉพาะ BMW X1 รุ่น 2.0 G ตัวท็อปเท่านั้น ที่จะมีไฟหน้าแบบ HID (High Intensity Discharge Headlamp) มาให้จากโรงงาน แบบไม่ต้องไปถอดหาเปลี่ยนเอาเอง ส่วน BMW X1 รุ่น 2.0 S ก็ใช้ไฟหน้า ฮาโลเจน กันต่อไปจุดเด่นในงานออกแบบของ BMW X1 นั้น มีด้วยกัน 3 ตำแหน่ง นั่นคือ แนวเส้นหลังคา และกรอบกระจกหน้าต่าง แบบ 6 Windows ดุจรถยุโรปชั้นดี

เพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วย แนวเส้นสันพาดผ่านลำตัวด้านข้าง และไฟท้ายทรงล้ำยุค ที่ช่วยให้งานออกแบบของรถคันนี้ ยัคงดูได้นานและยังไม่เบื่อตาง่ายๆแต่ความต่าง ที่คุณสามารถแยกบนถนนได้ ว่ารุ่นใดเป็นรุ่นใด ก็คือ หากเป็น BMW X1 รุ่นท็อป 2.0 G ล้อจะเป็น อัลลอย ใหญ่ถึง 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/45 R18 และมีแผ่นบังโคลนซุ้มล้อแถมให้ห้องโดยสารเป็นเบาะหนังสีดำ แต่ถ้าเป็นรุ่น 2.0 S ล้ออัลลอยจะมีขนาดเล็กลง เหลือ 17 นิ้ว สวมเข้ากับยางขนาด 215/55 R17 และมีห้องโดยสารสีเบจ

ภายในรถยนต์ BMW X1 เน้นความหรูหรา และสีทูโทนสีเบจและสีดำ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น โดยรถยนต์ D-Segment นี้เป็นรถยนต์ที่มีออปชั่นในการอำนวยความสะดวก อย่างครบครัน ช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสาร สามารถพับเก็บได้ถึง สองชั้น  คอนโซล แบบทรงโค้งมน ภายในมี Sunroof ถึงสองช่อง ซึ่งเป็นความหรูหราอย่างที่รถยนต์ในรุ่นเดียวกันไม่เคยมีมาก่อน ไฟส่องภายในห้องโดยสาร  มีมาให้ถึง 4 ช่อง ครบครัน และเบาะสามารถปรับไฟฟ้าได้ครบทุกจุด เครื่องปรับอากาศ อัตโนมัติ พร้อมจอแสดงผลแบบระบบสัมผัส

เครื่องยนต์ BMW X1 เครื่องยนต์ บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,998 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 86 x 86 มิลลิเมตร (ห้องเผาไหม้แบบ Square) อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 :1 เสื้อสูบและฝาสูบ ทำจากอะลูมีเนียมทั้งหมด พร้อมระบบแปรผันวาล์วที่หัวแคมชาฟต์ทั้งฝั่งวาล์วไอดี และไอเสีย CVVT กำลังสูงสุด 165 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 198 นิวตันเมตร (20.2 กก.-ม.) ที่ 4,600 รอบ/นาที

BMW ค่ายรถยนต์ชื่อดังของประเทศเกาหลีใต้ ล่าสุดพวกเขามีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กรุ่นใหม่ เพื่อลุยตลาดแข่งกับ BMW X1 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้โดยเฉพาะ BMW X1 ถือเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์กลุ่ม B-Segment Crossover ซึ่งยอดขายกำลังไปได้ดีในหลายประเทศ โดยหลังจากการทำตลาดนอกญี่ปุ่นของจู๊คที่ผ่านมานั้น ทำให้มีคู่แข่งหลายรายต่างลงมาชิงชัยในตลาดกลุ่มนี้อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น Ford EcoSport, Chevrolet Trax, Peugeot 2008 ฯลฯ

BMW ก็เตรียมลงสนามชิงส่วนแบ่งนี้ด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะใช้พื้นฐานจากรถคอนเซ็พท์ 'Curb' ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมาในสหรัฐฯ โดยทางผู้บริหารยังออกมาบอกว่าจะไม่ได้ออกมาในรูปแบบ BMW X1 เวอร์ชั่นย่อส่วน แต่จะเป็นรถที่ถูกออกแบบใหม่หมดทั้งคัน สำหรับครอสโอเวอร์คันดังกล่าวจากฮุนไดคาดว่าจะเปิดตัวในปี 2021 นี้

BMW เดินหน้าพัฒนารถไฮบริดด้วยระบบขับเคลื่อนลูกผสมแบบเบนซิน-ไฟฟ้าเพื่อท้าชนกับค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่นอย่างโตโยต้าพรีอุส ที่เป็นรถยนต์แฮทช์แบ็กที่ได้ใช้เทคโนโลยีไฮบริดมาใช้งานเป็นรุ่นแรกๆ และเป็นรถไฮบริดที่ครองตลาดอยู่ในเวลานี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BMW ได้ให้สัมภาษณ์กับทางรอยเตอร์ว่า

“เราต้องการก้าวยกระดับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถครองผู้นำตลาดได้ในอนาคต ทั้งรถไฮบริด, รถปลั๊กอินไฮบริดและรถที่ใช้ไฮโดรเจนฟิวเซล”

ทั้งนี้ถ้าจะพัฒนารถยนต์ไฮบริดจริงเพื่อท้าชนกับแบรนด์ญี่ปุ่น BMW X1 ก็จะต้องพัฒนาระบบจ่ายพลังให้แตกต่างและจากโตโยต้าพรีอุสรวมไปถึงรูปลักษณ์ก็ต้องทำให้แตกต่างจากตัวพรีอุสด้วย ซึ่งอาจใช้ BMW X1 มาพัฒนาไฮบริดที่มีอยู่เดิมมาเสริมประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งนี้ก็ต้องดูอนาคตกันต่อไป

ราคารถใหม่ BMW X3 ห้องโดยสารกว้างเครื่องยนต์แรง

สำหรับรถยนต์ที่น่าสนใจและหรูหรา BMW X3 ที่เป็นสาวกของรถยนต์ซีดานหรูหราขนาดใหญ่แล้วล่ะก็ น่าจะสนใจกับการเตรียมเปิดตัวรถยนต์ซีดานรุ่นใหญ่ ที่พกพาความหรูหรามาแบบเต็มพิกัดเลยทีเดียวกับ BMW X3 ในเวอร์ชั่นล่าสุดนั่นเอง ซึ่งเป็นความหวังของบีเอ็มดับเบิลยู ในการถ้าชิงตลาดรถยนต์ซีดานหรูหราขนาดใหญ่ ที่มีคู่แข่งขันระดับพระกาฬอย่างมากมาย แต่งานนี้เราคาดว่าทางค่ายดังจากแคว้นบาวาเรียจะคาดหวังกับรถยนต์ซีดานรุ่นนี้ของพวกเขาไว้อย่างมากเลยทีเดียว

โดยสเปคของเครื่องยนต์สำหรับ BMW X3 ในเวอร์ชั่นลาสสุด นั้นพกพาความแรงมาด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด V8 ที่ให้กำลังแรงม้ามากกว่า 350 แรงม้า พร้อมด้วยระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ที่ทำงานร่วมกับระบบหัวฉีดแบบอิเล้กทรอนิกส์ และยังมีระบบเบรกขั้นสุดยอดอย่างระบบเบรกแบบ ABS โดยมันได้รับการเปิดตัวครั้งแรกแล้วในงาน Auto Show ที่ประเทศจีน

BMW X3 2021 ราคา

ราคา BMW X3 xDrive20d xLine ราคา 3,359,000.
ราคา BMW X3 xDrive20d M Sport ราคา 3,659,000.

**ราคา BMW X3 2021 ที่ปรากฎอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นโชว์รูมผู้จัดจำหน่าย โปรดสอบถามรายละเอียดที่โชว์รูมผู้จำหน่ายใกล้บ้านท่าน

** ราคาขายรวมกับ BSI STANDARD แพคเกจ การบริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

โดยรูปลักษณ์ภายนอกของ BMW X3 นั้นเรียกได้ว่ามาพร้อมกับความแรงจึงทำให้โครงสร้างของรถมีขนาดใหญ่ และมีบอดีที่มีขนาดใหญ่ตาม โดยได้รับการออกแบบตามหลักลพศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีพื้นฐานการพัฒนามาจากรุ่น BMW X3 ส่วนห้องโดยสารภายในนั้นก็โอ่อ่าสมฐานะการเป็นรถยนต์ซีดานหรู ด้วยเบาะหนังแท้ตัดเย็บด้วยมืออย่างประณีตจำนวน 4 ที่นั่ง พร้อมแผงคอนโซลที่เรียบหรูดูดีมีสไตส์ แต่แผงไว้ด้วยเทคโนโลยีชั้นสุงสำหรับการขับขี่


สำหรับ BMW X3 นั้นทาง BMW ได้วางไว้ให้เป็นคู่แข่งของรถยนต์ซีดานหรูอย่าง Rolls Royce Phantom, Pininfarina Gran Lusso V12, Concorso d’Eleganza Villa d’Este และ Mercedes-Benz S-Class Coupe โดยพวกเขามีแผนที่จะปล่อย BMW Series 9 moniker ซึ่งใหญ่กว่า ออกมาเขย่าตลาดรถยนต์ซีดานหรูอีกรอบในไม่ช้า สำหรับ ราคา BMW X3 ในเวอร์ชั่นล่าสุด นั้นยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ก็คาดว่ามันต้องราคาแรงอย่างแน่นอน

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในความเเรงของรถยนต์จากค่ายดังเมืองเบียร์อย่าง BMW X3 เเล้วนั้นต้งสนใจกับข่าวล่าสุดของการเปิดตัวชุดเเต่งสำหรับรถยนต์คูเป้เท่ห์ๆ อย่าง BMW X3 โดยคราวนี้มีการพัฒนาปรับปรุงให้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวทั้งรูปโฉมที่สวยงามสง่าเเละสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ได้รับการอัเกรดขึ้นอย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

โดยสำหรับค่ายรถเเต่งอย่าง AC Schnitzer นั่นเองที่เป็นผู้จัดการเปิดตัวชุดเเต่งสำหรับ BMW X3 ออกมาแล้วโดยมีลักษณะเปลี่ยนแปลงจากรถแบบ coupe version ไปพอสมควรโดยเฉพาะสปอยเลอร์แบบ Roof ด้านหลัง โดยนอกจากนี้พวกเขายังให้ลูกค้าเลือกลายของล้อแม็กซ์สำหรับการออกแบบและขนาดของมันด้วย ปิดท้ายด้วยท่อไอเสียแบบสปอร์ต, ที่ครอบเกียร์และเบรคมือที่ทำมาจากหนังแท้, แผ่นอะลูมิเนียมบริเวณที่วางขาและประตูและปิดท้ายด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ i-Drive controller

เเละนอกจากนี้เเล้ว AC Schnitzer ได้เพิ่มการอัพเกรด BMW X3สำหรับโฉมยุโรปดังนี้ BMW 420i กำลังขับเคลื่อน 135 kW/184 PS ไปจนถึง 180 kW/245 PS ส่วนรุ่น BMW 428i กำลังขับเคลื่อน 180 kW/245 PS ไปจนถึง 216 kW/294 PS เเละรุ่น BMW 435i กำลังขับเคลื่อน 225 kW/306 PS ไปจนถึง 265 kW/360 PS เเละ BMW 420d กำลังขับเคลื่อน 135 kW/184 PS ไปจนถึง 160 kW/218 PS สุดท้ายเป็นรุ่น BMW 435d กำลังขับเคลื่อน 230 kW/313 PS ไปจนถึง 264 kW/360 PS

ในส่วนของภายในห้องโดยสารนั้น BMW X3 มีการปรับปรุงเล็กน้อยให้สวยงามเหมาะสมกับความเป็นคูเป้เเบบเปิดประทุน เรียกว่างานนี้เเรงจน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ส่วน ราคา BMW X3 ในส่วนของชุดเเต่งที่ผลิตโดย AC Schnitzer นั้นยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขออกมาว่าอยู่ในเรทไหน เเต่ก็ต้องบอกว่าน่าสนใจอยู่ดี

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

10 บิ๊กไบค์ทัวร์ริ่งยอดนิยมในตลาดรถ



ใครที่ชอบการเดินทาง แน่นอนว่าคงไม่พลาดหาพาหนะการเดินทางเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน และในตอนนี้ มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่งก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนที่ชอบการเดินทางไปแล้วครับ ด้วยหลายๆปัจจัย เช่นความประหยัดแน่นอนว่ามอเตอร์ไซค์ทำได้ดีกว่ารถยนต์อย่างแน่นอน ความคล่องตัว ก็มีมากกว่ารถยนต์ อีกทั้งความเท่ก็มีมากกว่ารถยนต์บางคันเสียอีก ที่สำคัญโดยเฉพาะความแรงบิ๊กไบค์รุ่นใหญ่ๆ บางคัน มีเครื่องยนต์แรงกว่ารถยนต์ด้วยนะครับ ต้องบอกว่ามันยอดเยี่ยมมากๆ ที่คุณจะได้กินลมชมวิวไปกับการเดินทางบนบิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง

 วันนี้เราเลยนำ 10 ทัวร์ริ่งยอดนิยม มาให้เพื่อนๆได้ผลโฉมกันนะครับ ต้องบอกว่า แต่ละคัน มาพร้อมความเหนือชั้น เฉพาะตัวเลยทีเดียว ต้องบอกว่า 10คันที่เราจะนำมาให้ดูนี้ เครื่องยนต์แง ขนาดใหญ่ ดีไซน์หรูหรา เท่สไตล์สปอร์ต ราคาสมกับประสิทธิภาพและสมรรถนะที่คุณจะได้รับ ความแข็งแรงและการใช้งานยาวนานและคงทน มาดูกันเลยครับว่ามีรุ่นใดบ้าง แล้วจะมีรุ่นไหนโดนใจคุณบ้างมาดูเลยดีกว่าครับผม ว่าจถูกใจคุณหรือเปล่า

                อันดับ 10 BMW C 650 GT (บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซี 650 จีที) พรีเมี่ยมสกูตเตอร์สไตล์ทัวร์ริ่งคันนี้ เป็นครุยเซอร์ขนาดกลาง ที่ตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างยอดเยี่ยม ดีไซน์หรูหรามีระดับ แรงเกินพิกัด ด้วยเครื่องยนต์ 647ซีซี แบบ 2ระบอกสูบอินไลน์ สามารถสร้างกำลังได้สูงสุดกว่า 60แรงม้า และสามารถเร่งอัตรา 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 7.1วินาที สำหรับทัวร์ริ่งสัญชาติเยอรมันคันนี้ มีราคาอยู่ที่ 599,000 บาทเท่านั้นครับ

                อันดับ 9 Ducati Multistrada 1200 S Granturismo (ดูคาติ มัลติสตราด้า 1200 เอส แกรนตูริสโม) ทัวร์ริ่งไบค์สไตล์เอ็นดูโร่จากแดนมะกะโรนี มาพร้อมความแรงและดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต และแปลกตา เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 1198.40ซีซี แบบสี่จังหวะ ในเครื่องยนต์แอลทวิน สองกระบอกสูบ เดสโมโครมิค 150แรงม้า ทัวร์ริ่งคันนี้สามารถจุน้ำมันได้ถึง 20ลิตร มีน้ำหนักประมาณ 245 กิโลกรัม ราคาคุ้มค่ากับเครื่องยนต์และดีไซน์ บิ๊กไบค์สัญชาติอิตาลีคันนี้ราคา 1,550,000 บาทครับ

                อันดับ 8 Harley-Davidson Softail Heritage Classic (ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ซอฟเทล เฮอริเทจ คลาสสิค) ทัวร์ริ่งสไตล์คลาสสิค แนวช็อปเปอร์ ใครที่ชอบบิ๊กไบค์สไตล์นี้พลาดไม่ได้กับสุดยอดความคลาสสิคที่ไม่มีใครเทียบเท่า ช็อปเปอร์สัญชาติอเมริกันคันนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ วีทวิน โอเอชวี ไฮโดรลิค 1690ซีซี แบบสี่จังหวะ รองรับเชื้อเพลิงได้ 18.9ลิตร ขับขี่ได้ยาวนาน น้ำหนักมากพอตัวที่ 341กิโลกรัม ราคาล้ำตามสไตล์ที่ 1,455,000 บาท เรียกว่าค่อนข้างเหมาะสมกับแบรนด์นี้และสมรรถนะและดีไซน์เลยครับ

                อันดับ 7 Honda CTX 1300 (ฮอนด้า ซีทีเอ็กซ์ 1300) ทัวร์ริ่งสัญชาติญี่ปุ่น เรียกว่าเป็นบิ๊กไบค์ระดับไฮคลาสอีกหนึ่งคันที่ออกมาตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างพรีเมี่ยม ดีไซน์ภายนอกสวยงามทุกเส้นสายการออกแบบ มีความหรูหราและเรียบง่ายผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แรงด้วยเครื่องยนต์วี  แบบ 16วาล์ว  1261 ซีซี รองรับเชื้อเพลิงกว่า 19ลิตร มีน้ำหนักอยู่ที่ 338กิโลกรัม  ราคาอยู่ที่ประมาณ 850,000 บาท เป็นราคาที่ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว สำหรับบิ๊กไบค์ขนาดใหญ่ที่ราคาไม่เกินล้าน เรียกว่าคุ้มค่ามากๆเลยครับ

                อันดับ 6 Indian Chief Vintage (อินเดียน ชีฟ วินเทจ) บิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง ที่มาในมาดของช็อปเปอร์สุดคลาสสิค ดีไซน์ล้ำ สวยหรู เฉียบคมทุกเส้นสาย ขับขี่สนุกด้วยระบบเกียร์ 6สปีด เร้าใจด้วยขุมพลังจาก วีทวิน ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 8วาล์ว 1731ซีซี แรงมาก แต่ก็ปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรกทั้งล้อหน้าและล้อหลังที่ช่วยเซฟตี้ทุกการเดินทางของคุณได้อย่างนุ่มนวล เป็นทัวร์ริ่งที่จุน้ำมันได้ 20.8ลิตร น้ำหนัก 379กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 1,585,000 บาท

                อันดับ 5 Kawasaki VN900 Custom SE Standard (คาวาซากิ วีเอ็น900 คัสต้อม เอสอี สแตนดาร์ด) ช็อปเปอร์แดนปลาดิบคันนี้ มาในมาดบิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง  พร้อมตอบโจทย์ความหรูหราในการเดินทางได้อย่างยอดเยี่ยม เพิ่มความอลังการทุกเส้นทางด้วยความแรงของเครื่องยนต์ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 903ซีซี แบบสี่จังหวะ ที่จุน้ำมันได้ 20ลิตร ช่วงล่างใช้ระบบเทเลสกอปิคและยูนิแทรค ปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรคทั้งหน้าและหลัง น้ำหนักบิ๊กไบค์คันนี้อยู่ที่ 278กิโลกรัม ราคา 497,500 บาทถูกมากๆ

                อันดับ 4 KTM 1190 Adventure Standard (เคทีเอ็ม 1190 แอดเวนเจอร์ สแตนดาร์ด) ทัวร์ริ่งไบค์สไตล์เอ็นดูโร่คันนี้ มาพร้อมความสปอร์ตและความเฉียบคมของดีไซน์ที่สวยงามสะดุดตา เดินทางอย่างสนุกสนาน ด้วยความนุ่มนวลของช่วงล่างที่ออกแบบมาได้เป็นอย่างดี ทรงพลังทุกเส้นทางด้วยเครื่องยนต์ 2กระบอกสูบ 1195ซีซี ที่สามารถจุน้ำมันได้ 19.5ลิตร ปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรคทั้งล้อหน้าและล้อหลัง น้ำหนักรวม 212กิโลกรัมเท่านั้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,239,900 บาทครับ

                อันดับ 3 Suzuki V-Storm 1000 ABS (ซูซุกิ วี-สตอร์ม 1000 เอบีเอส) เอ็นดูโร่ไบค์แดนปลาดิบคันนี้ มาพร้อมให้คุณผจญภัยสไตล์ทัวร์ริ่งแล้วครับ ทั้งดีไซน์และความแกร่งเรียกว่าครบครัน แรงเต็มกำลังด้วยเครื่องยนต์แบบ 1037ซีซี เครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบวีทวิน ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 4จังหวะ รองรับเชื้อเพลิงได้ 20ลิตร พร้อมทั้งมีน้ำหนักอยู่ที่ 228กิโลกรัมเท่านั้นครับ สองล้อสัญชาติญี่ปุ่นคันนี้ ให้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาแค่ 698,000 บาทเท่านั้นครับ

                อันดับ 2 Triumph Tiger 800 XC (ไทรอัมพ์ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซี) ทัวร์ริ่งสไตล์แอดเวนเจอร์ ที่เน้นความเป็นสปอร์ตเอ็นดูโร่ เรียกว่าตอบโจทย์การเดินทางได้ทุกสภาพถนน พร้อมพาคุณผจญภัยทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะสุดพิเศษ จากเครื่องยนต์ 3กระบอกสูบ 94แรงม้า ขนาด 800ซีซี เครื่องยนต์ขนาดกลางรุ่นนี้ใช้ระบบเชื้อเพลิงแบบ มัลติพ้อยท์ ซีเควนเชียล อีเลคโทรนิค พร้อมจุน้ำมันได้ 19ลิตร รวมแล้วมีน้ำหนัก 215 กิโลกรัม ราคาเบาๆที่ 525,000 บาทเท่านั้นครับ รุ่นนี้ได้รับความนิยมมากในยุโรป

                อันดับ 1 Victory Cross Country Tour Standard (วิคตอรี่ ครอส คันทรี่ ทัวร์ สแตนดาร์ด) สิงห์นักบิดทั้งหลายคงอยากได้เจ้าบิ๊กไบค์คันนี้มาทัวร์ริ่งแน่นอน ไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่สวยหรูสไตล์ช็อปเปอร์เท่านั้น แต่เครื่องยนต์ยังใหญ่และแรงเหนือชั้น  ด้วยระบบวีทวิน 1731ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงผ่านระบบหัวฉีด รองรับได้ 22ลิตร ช่วงล่างใช้ระบบเทเลสกอปิคและโช๊คอัพแก๊ส มีระบบดิสก์เบรคทั้งหน้าและหลัง น้ำหนักประมาณ 384 กิโลกรัม และที่สำคัญราคา 1,550,000 บาทเท่านั้นครับคุ้มค่าที่สุดแล้วรุ่นนี้
               

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บิ๊กไบค์ค่าย BMW ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู ) ค่ายรถสัญชาติเยอรมัน

บิ๊กไบค์ค่าย BMW ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู ) ค่ายรถสัญชาติเยอรมัน

หากพูดถึงค่ายรถชื่อดังอย่าง BMW ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู ) แล้ว บอกได้คำเดียวว่าความหรูหรา ความแรง ความปลอดภัย ความทันสมัย และดีไซน์ที่สวยงามนั้น ครบทุกองศาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือว่ามอเตอร์ไซค์ก็ตาม โดยเรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งค่ายรถที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในตลาดรถ BIGBIKE เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์ออริจินัลไบค์ หรือว่ามอเตอร์ไซค์คัสต้อมไบค์ก็ตาม แต่ละรุ่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีหลายคันของค่ายรถแห่งนี้ที่คนทั้งโลกให้ความสนใจและซื้อมาใช้ ยกตัวอย่างเช่น


                BMW S 1000 R (บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอส 1000 อาร์ ) เน็คเก็ตไบค์ที่ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเป็นรถที่มีกลิ่นอายความสปอร์ตและสตรีทผสมผสานได้อย่างลงตัว โดดด้วยความเท่ในสไตล์ NAKED BIKE ที่ทันสมัยสุดๆ  สำหรับรุ่นนี้มีราคา BMW S 1000 R อยู่ที่ 830,000 บาท ด้วยความที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาดใหญ่และแรงม้าที่เหนือชั้น แถมยังเป็นรถนิยมค่ายดังที่ได้รับความนิยม และการันตีความน่าเชื่อถือ ราคาเลยสูงตามประสิทธิภาพ เครื่องยนต์ก็แรง 160 แรงม้า 118 กิโลวัตต์ที่ 11000 รอบต่อนาที ในกระบอกสูบ 999 ซีซี โดยสามารถสร้างแรงบิดได้ที่ 83 lb-ft 112 นิวตั้นเมตรที่ 9250 รอบต่อนาทีได้อย่างเหนือชั้น

                ต่อมาก็เป็นสปอร์ตไบค์ขวัญใจคนไทยอย่าง BMW HP4 ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอชพี 4 ) สปอร์ตไบค์ขวัญใจนักแข่งรถ ที่มีดีไซน์ที่สวยงาม มีความเป็นซุปเปอร์สปอร์ตทุกตารางนิ้วทุกการขับขี่มีความพริ้วไหวอย่างชัดเจน เป็นรถที่มียอดขายสูงมากๆเลยทีเดียว สำหรับราคาของ BMW HP4 นั้นก็พุ่งเกินล้าน มีการวางขายในตลาดรถบิ๊กไบค์ด้วยราคา 1,208,000 บาท สิ่งที่คุณจะได้รับนอกจากดีไซน์ที่สปอร์ตพรีเมี่ยมแล้ว ยังมีเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ 999 ซีซี ที่สามารถรีดสปีดได้ 193 แรงม้า 142 กิโลวัตต์ที่ 13000 รอบต่อนาที แถมยังมีแรงบิดที่ 83 lb-ft 112 นิวตั้นเมตรที่ 9750 รอบต่อนาทีอีกด้วย
                รุ่นสุดท้ายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือ BMW S 1000 RR ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอส 1000 อาร์อาร์ ) รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ประเภทสปอร์ตไบค์ ใช้ในการแข่งรถได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยเครื่องยนต์ 999 ซีซี 193 แรงม้า 142 กิโลวัตต์ ที่ 13000 รอบต่อนาที มีแรงบิดที่  83 ft-lb 112 นิวตั้นเมตรที่ 9750 รอบต่อนาที ส่วนในเรื่องของราคา BMW S 1000 RR นั้น ต้องบอกว่า ถูกกว่า R เดียวซะอีก เพราะว่าขายในราคา 1,060,000 บาท ทำให้ตลาดรถ BIGBIKE นั้นมียอดจำหน่าย SPORT BIKE สัญชาติเยอรมันรุ่นนี้ได้ไม่แพ้ SPORT BIKE รุ่นอื่นๆเลยครับ
                ส่วนในปี 2015 นี้ก็มี BIGBIKE ของ BMW ออกมาวางขายในตลาดรถบิ๊กไบค์หลายรุ่นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กไบค์ประเภทเอ็นดูโร่ แอดเวนเจอร์อย่าง BMW S1000XR (บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอส 1000 เอ็กซ์อาร์) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และวางขายในราคา 830,000 บาทเท่านั้น, พวกสกู๊ตเตอร์ก็มีนะครับ อย่าง BMW C600 Sport ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซี600 สปอร์ต) ก็ออกมาวางตลาดรถบิ๊กไบค์ปี 2015 ที่มาพร้อมดีไซน์หรูหราและเครื่องยนต์ขนาดกลาง ราคา 565,000 บาท,  โดยส่งมาวางขายพร้อมกับ BMW C650 GT ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซี 650 จีที ) สกู๊ตเตอร์อีกหนึ่งรุ่นในปี 2015 ราคา 599,000 บาท เรียกว่าน่าสนใจทั้งคู่เลยทีเดียว ชอบแบบไหนสไตล์ไหนก็เลือกเอาเลยนะครับ

                ส่วนใครที่ชอบมอเตอร์ไซค์แนวทัวร์ริ่ง ก็ต้อง BMW K1600 GTL ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู เค 1600 จีทีแอล ) ราคา 1,564,000 บาท และ BMW K1600 GT ( บีเอ็มดับเบิ้ลยู เค 1600 จีที ) ราคา 1,465,000 บาท ทัวร์ริ่งเครื่องยนต์ใหญ่ 1600 ซีซีทั้งคู่ ต้องยอมรับเลยครับว่าในปี 2015 นี้ค่ายรถอย่าง BMW นั้นมาแรงจริงๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจใน ตลาดรถ BIGBIKE ได้อย่างครึกครื้นสุดๆ จนชาวไบค์เกอร์ทั้งหลายยอมทุบกระปุกเพื่อซื้อมาเสริมบารมีกันเป็นแถวเลยแหละครับ