แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

แตรรถยนต์ควรบีบเพราะอะไร


สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย การบีบแตรส่วนใหญ่นับว่าเป็นการส่งสัญญาณเตือนรถคันอื่นๆ บนท้องถนนให้ระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น หรือบางครั้งก็ถือเป็นการต่อว่า (หรือระบายความหงุดหงิด)ในกรณีที่ผู้ร่วมทางมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดไปจากวินัยการจราจรหรือมารยาทที่ดีตามที่ควรจะเป็น ดูจากคลิปต่อไปนี้ได้

บางประเทศในทวีปยุโรป รถยนต์จะมีแตร 2 ชุด ชุดหนึ่งบนพวงมาลัยสำหรับใช้ในการจราจร และอีกชุดหนึ่งอยู่ด้านหลังของรถ ซึ่งจะใช้เป็นระบบกันขโมย ในทวีปอเมริกาเหนือ ผู้ขับขี่นิยมบีบแตรทักทายกันมากขึ้น และเสียงแตรก็ถูกคาดหวังว่าจะต้องแสดงถึงความเป็นมิตรต่อกันด้วย
นอกจากนี้ ในทวีปอเมริกาเหนือ แตรยังถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนในการล็อกรถเพื่อยืนยันให้ผู้ขับขี่ทราบว่ารถของคุณล็อกเรียบร้อยแล้ว และบางครั้งเจ้าของรถก็ใช้เสียงแตรในการมองหาว่ารถจอดอยู่ตรงไหนของลานจอดรถที่แออัดจนยากต่อการสังเกตรถของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ ผู้ขับขี่ในทวีปอเมริกาเหนือจึงต้องการเสียงแตรที่ไม่กระด้างนัก “แตรแบบทรัมเปต” หรือ Trumpet horns ซึ่งทำจากพลาสติกที่มีรูปร่างเหมือนเครื่องดนตรีชนิดนี้ในการบีบเสียงแตรให้ทุ้มแหลมและไพเราะยิ่งขึ้น โดยรถส่วนใหญ่จะมีแตรแบบทรัมเปต 2 ชุด ที่ได้รับการปรับความถี่ให้มีเสียงสูงต่ำต่างกัน แต่ไม่ถึงกับทำให้เสียงดังจนแสบหู

แม้จะเป็นคำตอบที่ลงตัวสำหรับผู้ขับขี่ในประเทศสหรัฐฯ แต่เสียงแตรแบบทรัมเปตไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ทุกประเทศ เพราะในทวีปอเมริกาใต้นั้น ผู้ขับขี่ต้องการแตรที่สามารถใช้งานได้บ่อยๆ ในสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยนิยมเสียงแตรสั้นๆ แบบ “ปิ๊น ปิ๊น” ในขณะที่ ทวีปเอเชียนั้น ประเทศอินเดียเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการใช้แตรอย่างหนัก เนื่องจากผู้ขับขี่มักจะบีบแตรตลอดเวลาเมื่อต้องขับรถฝ่าการจราจรที่หนาแน่น และเมื่อขับบนถนนที่ขรุขระ

สำหรับประเทศที่ผู้ขับขี่บีบแตรกันเป็นประจำในแต่ละวัน เราเลือกใช้แตรแบบดิสก์ หรือ Disc horn ซึ่งมีอายุการใช้งานนานกว่า และในขณะเดียวกันก็มีลูกค้าที่ต้องการแตรทั้ง 2 แบบ ในประเทศจีน ผู้ขับขี่จะวางมือหนึ่งบนพวงมาลัย และอีกมือหนึ่งอยู่บนแตร ซึ่งแตรรถในประเทศจีนมีขนาดใหญ่มาก นอกจากนี้ แม้คนจีนจะใช้แตรบ่อยมากก็จริง แต่พวกเขาก็ต้องการเสียงแตรที่นุ่มนวล ดังนั้น เราจึงเลือกใช้แตรไฟฟ้า หรือ Electronic trumpet ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ตอบสนองต่อการใช้งานของชาวจีน

สำหรับประเทศไทยนั้น ใช้แตรแบบไฟฟ้าเสียงเดียว และมีความดังพอสมควร ตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด ซึ่งนับว่าดังพอที่จะเรียกความสนใจจากผู้ร่วมใช้ถนน แต่ไม่ดังเกินไปจนเกิดความรำคาญหรือรบกวนผู้อื่น

ที่มา https://carbigbike.weebly.com/

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564

Motor Show สรุปยอดผู้เข้าร่วมงานและยอดจองรถยนต์ใหม่ในตลาดรถ

 


เตรียมพบกับงานแสดงรถยนต์ในตลาดรถครั้งยิ่งใหญ๋ในประเทศต้อนรับฤดูร้อน กับงานที่มีชื่อว่า Bangkok International Motor Show (มอเตอร์โชว์) สรรสร้างบนมาตรฐานของเทคโนโลยีเหนือระดับของทุกยนตกรรม ตอบรับทุกความต้องการ พร้อมให้ชมและสัมผัสได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่ผู้ร่วมงานจะได้พบกับการเปิดตัวรถใหม่จากค่ายรถยนต์ชั้นนำของเมืองไทย, ข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษ, จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถและอุปกรณ์บำรุงรักษา รวมไปถึงร่วมสนุกและลุ้นรางวัลจากกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมาย

ผู้สนใจสามารถร่วมงานแสดงรถยนต์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ได้ที่งาน Bangkok International Motor Show หรืองาน Motor Show ที่ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

สำหรับรายละเอียดวันเวลา มีรายละเอียดดังนี้

  • รอบ VIP 21 มีนาคม เวลา 12.00-20.00 น.
  • รอบสื่อมวลชน 22 มีนาคม9 เวลา 09.59 – 18.00 น. 
  • รอบบุคคลทั่วไป 23 มีนาคม - 3 เมษายน  (ค่าบัตรเข้าชมงาน 100 บาท)

เปิดงานแสดงรถยนต์ระดับประเทศ "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์" มีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์, จักรยานยนต์ และอุปกรณ์ประดับยนต์ ร่วมออกบูธจัดแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ในตลาดรถ พร้อมเพิ่มพื้นที่การจัดงานมากที่สุดในเอเชีย กว่า 140,000 ตารางเมตรให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

ภายในงานจะได้พบกับค่ายรถยนต์ในตลาดรถหลากหลายระดับจากค่ายรถชั้นนำไปจนถึงค่ายรถยนต์หรูและค่ายรถซุปเปอร์คาร์ ตลอดจนถึงรถมอเตอร์ไซค์และบิ๊กไบค์ค่ายต่างๆ ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัส และจับจองเป็นเจ้าของ โดยมาพร้อมกับแคมเปญข้อเสนอสุดพิเศษที่ให้คุณได้เป็นเจ้าของที่ง่ายยิ่งขึ้น รวมไปถึงสัมผัสนวัตกรรมจากค่ายรถต่างๆ ทั้งรถต้นแบบ, รถใหม่จากต่างแดน และเทคโนโลยีต่างๆ ให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และมาพร้อมกับกิจกรรมสุดพิเศษอีกด้วย

นอกจากจะได้สัมผัสรถยนต์และรถจักรยานยนต์ใหม่ในตลาดรถแล้ว ภายในงานยังคับคั่งด้วยโซนจัดแสดง Accessory, อุปกรณ์ดูแลรถยนต์ให้ผู้รักรถได้เลือกซื้อทั้งแต่งรถและดูแลรักษารถ รวมไปถึงบริเวณพื้นที่นอกชาเลนเจอร์ฮอลล์ ก็ยังมีพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองขับรถรวมไปถึงบริเวณริมทะเลสาบก็มีกิจกรรมสุดท้าทายให้ผู้ร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิด บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ พร้อมให้ผู้ร่วมงานได้เข้าชมแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 3 เมษายนชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ผ่านพ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงานแสดงรถยนต์ระดับประเทศ งาน Bamgkok International Motor Show โดยจัดงานตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายนที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานได้เปิดตัวรถใหม่มากมาย งานแสดงรถยนต์ต้นแบบจากต่างประเทศมารวมไว้ที่นี่ พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

 และที่พลาดไม่ได้ คือการสรุปยอดผู้เข้าชมงานและยอดจองรถภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ โดยยอดผู้เข้าร่วมงานทั้ง 12 วันนั้น รวมทั้งสิ้น 1.7 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับงานมอเตอร์โชว์เมื่อปีที่ผ่านมา หากเจาะลึกในด้านของกลุ่มผู้เข้าชมงานหลักส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนในวัยทำงานที่ให้ความสนใจรถยนต์ระดับราคารถยนต์ ตั้งแต่ 7 แสนบาทขึ้นไป ที่ต้องการสำรวจและจับจองรถยนต์นั่งขนาดกลาง รถครอบครัว และรถกระบะเป็นหลัก ส่วนทางด้านกลุ่มเป้าหมายรถยนต์ขนาดเล็กที่ต่ำกว่า 7 แสนและกลุ่มรถยนต์มากกว่า 2 ล้านก็ยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

สำหรับยอดจองรถยนต์ตลอด 12 วันภายในงาน Motor Show นั้น ได้เผยยอดจองรถยนต์รวมทั้งสิ้น 37,027 คัน สำหรับค่ายรถที่ครองแชมป์ยอดจองสูงสุด มีดังนี้

     1. รถยนต์ Toyota 6,144 คัน

     2. รถยนต์ Honda 5,069 คัน

     3. รถยนต์ Mazda 4,584 คัน

     4. รถยนต์ Isuzu 4,485 คัน

     5. รถยนต์ Nissan 4,042 คัน

เรียกได้ว่ายอดจองรถยนต์ สูงสุดนั้นยังคงเป็นค่ายรถญี่ปุ่นติดมากถึง 5 ค่ายรวดเลยทีเดียว ทางด้านรถยนต์หรูนั้นก็มียอดจองที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่พลาดงานนี้ ก็เตรียมรอข่าวคราวของรถยนต์  และการเปิดตัวงาน Bamgkok International Motor Show หรือ Motor Show ในปีหน้านี้ว่าจะเผยคอนเซ็ปต์อะไร รวมไปถึงจะมีอะไรเพิ่มเติมให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกันในโอกาสต่อไป

ดูข้อมูลรถยนต์ใหม่ได้ที่ http://th-bigbike.com/

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564

ราคารถยนต์ Mini Countryman รุ่นใหม่ในตลาดรถ

 


ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าลูกค้ามีความต้องการรถอเนกประสงค์ 5 ประตูมากกว่าเดิม และราคารถยนต์ใหม่ก็ ไม่ว่าจะเป็นรถเอสยูวี, ครอสโอเวอร์, รถแวนไปจนถึงแฮทช์แบ็ค ที่ชูจุดเด่นการประยุกต์รูปแบบการใช้งานที่หลากหลายและให้ความคุ้มค่าที่มากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ารถหลายๆ ค่ายเริ่มตามกระแสการพัฒนารถประเภทนี้รองรับความต้องการลูกค้าโดยเฉพาะ

Mini ค่ายรถยนต์ที่ดูเหมือนว่าจะตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ได้ดี รวมไปถึงมีข่าวคราวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตัวรถในค่ายมินิ ทั้งเพิ่มโมเดลรถใหญ่ทั้งรถยนต์ Mini Countryman และ Mini Clubman โฉมใหม่ล่าสุดไปจนถึงการขยายตัวถัง Mini Hatch จาก 3 เป็น 5 ประตู พร้อมกับยุติการผลิตรถแบบโร๊สเตอร์ ซึ่งการเปลี่ยนในครั้งนี้แม้จะดูเหมือนสวนกระแสชื่อและคอนเซปต์ของรถ แต่ผลลัพธ์นั้นสามารถครองใจลูกค้าได้ดีกว่าเดิม โดยราคารถยนต์ใหม่นี้น่าจะถูกใจใครหลายๆคน

ซึ่ง Mr. Sebastian Mackensen รองประธานอาวุโสแห่ง Mini ได้เผยออกมาโต้งๆ และแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ว่า "ผู้คนส่วนใหญ่ถูกกำหนดในความคิดเดิมๆ ว่า มินิ ต้องเป็นรถขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว ซึ่ง Mini ก็เป็นเพียงแค่ชื่อรถ และชื่อก็ไม่ได้หมายความว่าจะเล็กซะทีเดียว โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่า มินิ ควรจะทำอะไรได้มากกว่านั้น แม้ทางเราจะให้ความเคารพถึงขนบและเอกลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่โลกที่หมุนอย่างต่อเนื่อง มินิเองก็ต้องเติบโตตามกระแสเพื่อพัฒนารถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายโดยยังรักษาเอกลักษณ์เดิมที่ไม่ใช่เรื่องของขนาด"

ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า Mini Countryman ก็จะมีการขยายร่างเพื่อตอบโจทย์ขาลุยถึงความกว้างขวางได้มากขึ้น รวมไปถึง Mini Superleggera รถเปิดประทุนที่จะขยายให้ใหญ่ในระดับที่เหมาะสมก็ได้รับไฟเขียวให้พัฒนาอีกด้วย งานนี้ต้องรอดูทิศทางของรถใหม่จาก Mini อีกสักระยะ

ราคารถยนต์ Mini Countryman ในตลาดรถ

ราคารถยนต์ MINI COOPER S F60 ENTRY1,999,000.
ราคารถยนต์ MINI COOPER S HIGHTRIM F602,529,000.

 ราคารถยนต์ Mini Countryman อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

หลังจากที่ MINI ประกาศการพัฒนา All New Mini Countryman พร้อมเปิดตัวภายในปี 2017 นี้ ซึ่งในเวลานี้ได้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะปรับโฉมให้ใหญ่ขึ้น เพื่อยกระดับเป็นรถ SUV เต็มตัว หลังจากที่ในเจเนอเรชั่นปัจจุบันยังมีขนาดที่ไม่ใหญ่ จนสร้างความก้ำกึ่งทั้งการเรียกประเภทรถและคุณสมบัติการใช้งาน เพราะในเวลานั้น MINI ยังคงยึดติดกับการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กอยู่

สื่อเว็บไซต์ยานยนต์จากประเทศอังกฤษได้เผยว่า ทางมินิจะมีแผนการพัฒนาตัวภังของมินิ คันทรีแมนให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยกระดับการบรรทุกสิ่งของหรือผู้โดยสารมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่ยังรักษาหน้าตาเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อให้สาวกรถคันเล็กจากอังกฤษสามารถใช้งานได้คุ้มค่าและอเนกประสงค์มากขึ้นตามแบบฉบับของ MINI

ด้านรายละเอียดการปรัับปรุงตัวถังใหม่นั้นได้เผยคร่าวๆ ว่า Mini Countryman อาจมีความยาวขึ้นถึง 4.25 เมตร ขยายความกว้างขึ้นอีก 10 มม. และปรับปรุงห้องสัมภาระท้ายให้มีความกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย

ทั้งนี้ All New Mini Countryman อาจมีกำหนดการการเปิดตัวภายในปลายปีนี้ และราคารถยนต์ได้เปิดเผยมาแล้วและวางจำหน่ายจริงในปีถัดไป

ราคารถยนต์ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม ราคาจำหน่าย 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)


รถยนต์ MINI Clubman รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

 

และแล้ว ภาพทีเซอร์ของรถยนต์ All-New Mini Clubman เจเนอเรชั่นที่ 2 ได้เผยโฉมต่อหน้าสาธารณชนกันแล้ว โดยเผยโมเดลโฉมจหน่ายจริงของภายนอก, ภายในห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ แต่ไม่มีการเผยข้อมูลของขนาดรถ, เครื่องยนต์และอ็อพชั่นต่างๆ มากนัก คาดว่าข้อมูลที่เหลือจะมาพร้อมกับเปิดตัวจริงอย่างเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้

โดยรายละเอียดของภายนอกรถยนต์ Mini Clubman นั้นได้เผยว่ามีตัวถังที่ยาวมากขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นแรก หากอ้างอิงจาก Mini Clubman รุ่นต้นแบบนั้น จะมีขนาดมิติตัวถังอยู่ที่ ยาว 4,223 มม. กว้าง 1,844 มม.และสูง 1,450 มม. ส่วนจุดเด่นภายนอกที่น่านใจคือประตูตู้กับข้างที่ออกแบบให้สามารถเปิดได้กว้างขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงรุ่นรถยนต์ Clubman Cooper S จะมีหลังพาโนรามิครูฟด้วย

สำหรับภายในห้องโดยสารของรถยนต์ Mini Clubman นั้นก็ออกแบบมาได้อย่างหรูหรายิ่งขึ้น และห้องสัมภาระท้ายที่ออกแบบให้มีความกว้างขวางขึ้นรองรับสัมภาระขนาดใหญ่ได้เยอะขึ้น ส่วนเครื่องยนต์แม้จะยังไม่เผย แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะใช้เครื่องยนต์ที่หลากหลาย 1.5-2.0 ลิตร, เครื่องยนต์เบนซิน-ดีเซล และกระบอกสูบ 3-4 สูงให้เลือกกัน ที่เหลือก็รอกำหนดวันเปิดตัวจริงอีกที หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบมินิทรงยาวอย่าง Mini Clubman ก็ไม่ควรพลาด

สำหรับรถยนต์ Mini เปิดตัว All-New Mini Clubman ALL4 รถยนต์เอสเตทรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อสำหรับครอบครัวขาลุย แม้ภายนอกและภายในอาจไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่จะได้ตราสัญลักษณ์สุดเท่ "ALL4" มาสร้างความโดดเด่นและมนต์สเน่ห์แห่งรถจอมลุย

ด้วยการเพิ่มเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อธรรมดาเท่านั้น เพราะทางมินิเผยว่าได้พัฒนาเฟืองท้ายส่วนหน้าที่ออกแบบให้มุมเกียร์ลาดเอียง รวมไปถึงเพลาขับคู่ และเฟืองท้ายหลังระบบอิเลกโทรไฮโดรลิกที่พัฒนาสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังได้เสริมระบบ Dynamic Stability Control สำหรับกระจายแรงบิดให้สมดุลตามสภาวะการขับขี่และท้องถนน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน พร้อมให้อัตรเร่งในยามเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น

รถยนต์ Mini Clubman ALL4 สเปคอเมริกา จะได้รับเครื่องยนต์ที่มีด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 3 สูบ TwinPower Turbo 134 แรงม้า แรงบิด 162 ปอนด์/ฟุต ส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. เพียง 9.3 วินาที ในรุ่นมาตรฐาน
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ TwinPower Turbo 189 แรงมา แรงบิด 207 ปอนด์/ฟุต ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. เพียง 6.6 วินาที ในรุ่น Cooper S 

สำหรับรถยนต์ Mini Clubman ALL4 ได้เผยโฉมที่ตลาดรถสหรัฐฯ แล้ว ส่วนราคารถยนต์รุ่นนี้จะเผยในโอกาสต่อไป

ดูข้อมูลรถยนต์ใหม่ได้ที่ http://th-bigbike.com/category/car-reviews/

 

 

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562

ราคารถใหม่ Honda CR-Z รถยนต์อเนกประสงค์ระบบไฮบริด

รถยนต์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับระบบไฮบริดสำหรับราคารถยนต์ใหม่ Honda CR-Z ที่เป็นรถยนต์แนวสปอร์ตร้อนแรงโดยผสานการทำงานของเครื่องยนต์กับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า IMA ทำให้มันกลายเป็นรถยนต์แนวสปอร์ตที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมานั้นถือว่าเทคโนโลยีของพลังงานทางเลือกได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์อย่างมาก รวมไปถึงในเรื่องของยานยนต์ที่มีระบบไฮบริดเข้ามาเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมบรรจุเข้าไปในรถยนต์รุ่นต่างๆมากขึ้น

แต่เราก็ยังไม่ค่อยจะได้เห็นรถยนต์แนวสปอร์ตที่จะหันมาใช้ระบบพลังงานทางเลือกอย่างระบบไฮบริดเข้ามาใช้ในการทำงานของเครื่องยนต์มากนัก แต่แล้วค่ายรถยนต์ดังอย่าง ฮอนด้า ก็ทำให้โลกต้องประหลาดใจเมื่อพวกเขาส่ง Honda CR-Z ทำให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของรถยนต์แนวสปอร์ตไฮบริด ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง  โดยมาพร้อมกับ 4 เฉดสีให้คุณได้เลือกด้วยกัน ทั้ง สีเเดงมิลาโน, สีเทาสตอร์ม (เมทัลลิก) สีดำ และสีขาว พรีเมี่ยม (มุก)

ราคารถยนต์ Honda CR-Z

ราคารถยนต์ CR-Z JP 1,975,000 บาท
 ตรวจสอบราคารถยนต์ใหม่รุ่นอื่นๆได้ที่>> ราคารถยนต์ใหม่

ดีไซน์ภายนอกรถยนต์ Honda CR-Z

สำหรับการออกแบบภายนอกของรถยนต์ Honda CR-Z นั้นก็ได้รับการดีไซน์ล้ำสมัย เฉียบคมทุกมุมมอง โฉบเฉี่ยวสวยงามเน้นความต่อเนื่อง ของเส้นสายตั้งแต่หัวจรดท้าย โดยที่มีตัวถังนิรภัยในแบบ จี-ฟอร์ซ คอนโทรล (G-Force Control) หรือ จี-คอน (G-CON) รวมถึงการดีไซน์ตัวรถที่เน้นให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ฐานล้อสั้นแบบ รถสปอร์ต และให้มีระยะห่างระหว่างล้อซ้าย-ขวา ทั้งคู่หน้าและหลังที่กว้าง ช่วยเพิ่มความมั่นคงของตัวรถในขณะขับขี่
ด้วยข้อดีข้อนี้ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ โลดแล่นได้อย่างอิสระตามความต้องการ พร้อมกับ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ดุดันแนวสปอร์ตเต็มขั้น นอกจากนี้ยังมีกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์เฉียบคม ช่วยเพิ่มมิติความสปอร์ตทุกมุมมอง ส่วนไฟท้ายก็เป็นแบบ LED สปอร์ตโฉบเฉี่ยวทุกองศา และนี่คือดีไซน์ภายนอกต้องบอกได้คำเดียวว่าสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก

ดีไซน์ภายในรถยนต์ Honda CR-Z

สำหรับภายในห้องโดยสารของรถยนต์ Honda CR-Z นั้นมาพร้อมกับห้องโดยสารสไตล์สปอร์ตเร้าใจในทุกมิติ พร้อมด้วยเบาะที่นั่งที่ให้ความโอบกระชับ โดยเบาะที่นั่งแถวหลังสามารถปรับพับได้แบบแบนราบ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย และมีหัวเกียร์ที่มีดีไซน์สปอร์ตเร้าใจเป็นอย่างยิ่ง โดยที่แผงคอนโซลนั้นก็มีการดีไซน์ในแบบสปอร์ตเร้าใจพร้อมกับมีมาตรวัดที่แสดงผลข้อมูลในการขับขี่ทุกอย่างชัดเจน

เพลิดเพลินไปกับทุกจังหวะด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมเครื่องเล่นดีวีดี ส่วนทางด้านของความปลอดถัยนั้น ก็เรียกว่ามีความสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมากด้วยถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง รอบห้องโดยสารเลยทีเดียว ซึ่งในส่วนของถุงลมคู่หน้าจะเป็นแบบ Dual SRS ส่วนถุงลมด้านข้างคู่หน้าเป็นแบบอัจฉริยะ i-Side Airbags และเสริมด้วยม่านถุงลมด้านข้างที่ช่วยให้ความปลอดภัยมีสูงขึ้นอย่างมาก

สมรรถนะความปลอดภัย
ทางด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์นั้น ต้องบอกก่อนเลยว่ารถยนต์ Honda CR-Z รุ่นล่าสุดนั้นเป็นการนำเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดที่ฮอนด้าได้วิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องอย่างยาวนานมาบรรจุเข้าไว้ ด้วยสมรรถนะแห่งความสปอร์ตเร้าใจอย่างเต็มสูบด้วยเครื่องยนต์แบบ SOHC ที่มีขนาดความจุ 1.5 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ i-VTEC สามารถให้กำลังสูงสุดถึง 111 แรงม้า ในส่วนของพลังงานไฮบริดนั้นมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ IMA หรือ Integrated Motor Assist ที่ช่วยเสริมกำลังเครื่องยนต์แบบปกติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมกับความล้ำสมัยในการขับขี่ด้วยระบบการขับขี่ในแบบ 3 โหมดที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการในการขับเคลื่อนในแบบปกติและแบบประหยัดพลังงานด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อให้ทุกการขับขี่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ

โดยที่ระบบไฮบริดนั้นเป็นเทคโนโลยีที่ถือว่ามีความชาญฉลาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกการขับเคลื่อนโดยที่มีเครื่องยนต์ปกติเป็นแหล่งพลังงานหลัก เสริมกำลังเพิ่มความแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยทุกขั้นตอนเป็นการจัดการที่ถือว่ายอดเยี่ยมในการจัดการกับพลังงานเพื่อให้สามารถใช้พลังงานได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ และที่สำคัญนั้นก็คือมอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์ใหม่ Honda CR-Z ได้รับการออกแบบให้มีขนาดที่กะทัดรัด พร้อมทั้งในส่วนของแบตเตอรี่ไฮบริดนั้นก็มีน้ำหนักเบา โดยมันจะจัดวางอยู่ใต้ห้องสัมภาระด้านท้าย จึงไม่ทำให้สูญเสียพื้นที่ด้านบนไปแต่อย่างใด นับว่าเป็นการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อโลกอย่างแท้จริง

โดยการขับเคลื่อนของรถยนต์ Honda CR-Z จะมาใน 3 โหมด ซึ่งก็มีทั้ง Sport Mode ที่เป็นโหมดที่ช่วยเพิ่มความสนุก และการตอบสนองที่เร้าใจในทุกการขับขี่ โดยที่ตัวระบบจะปรับการทำงาน ของลิ้นปีกผีเสื้อ มอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเกียร์ให้การตอบสนองต่อการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการปรับการทำงานของระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้าให้สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ เพื่อการเข้าถึงอารมณ์สปอร์ตอย่างแท้จริง นอกจานี้ยังมี Normal Mode ที่เป็นโหมดการขับขี่แบบปกติที่ให้ความสมดุลระหว่างความสนุกสนานในการขับขี่ และการประหยัดน้ำมัน สู่ทุกการขับขี่ที่ราบรื่นคล่องตัว
และสุดท้าย ECON Mode ที่เป็นโหมดการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และดูแลสิ่งแวดล้อม โดยระบบจะปรับการทำงานของลิ้นปีกผีเสื้อ มอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเกียร์ให้ทำงานสัมพันธ์กัน ในขณะรถวิ่ง นอกจากนั้นระบบจะควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศ และการหมุนเวียนของอากาศภายในห้องโดยสาร ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายนอกรถ ซึ่งโหมดนี้จะช่วยควบคุม เครื่องยนต์ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับรถยนต์ใหม่รุ่นนี้

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562

ใหม่ Suzuki SX4 รถยนต์ 5ประตู ที่น่าสนใจในตลาดรถ

ใหม่ Suzuki SX4 รถยนต์ 5ประตู ที่น่าสนใจในตลาดรถ
และนี่คือรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจในตลาดรถ Suzuki SX4 Hatchback 5 ประตู ที่พร้อมให้คุณ ส่งต่ออนาคตที่ดีของการขับขี่ด้วยประโยชน์ใช้สอยเพื่อไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด Sporty ด้วยการผสมผสานกับความเป็น Compact Car มาจากยนตกรรมอเนกประสงค์ รถยนต์คันนี้พร้อมลุยทุกเส้นทางและตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย Suzuki SX4 ขับคล่องทุกสภาพถนน ให้คุณ ผจญภัยได้อย่างสนุกสนานทุกวัน พร้อมช่วยยกระดับทัศนวิสัยในการขับขี่ และให้อิสระที่มากกว่า จากการจัดสรรพื้นที่ในการใช้งานเก็บสัมภาระได้หลากหลายรูปแบบ
                
ซูซุกิ เอสเอ็กซ์4 มีสไตล์ ทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานเข้ากับคุณภาพสูงสุดที่อัตราการสิ้นเปลืองต่ำสุด พร้อมอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย  และสเปคมากมายที่คุณจะหลงใหล ด้วยความแม่นยำที่ซูซุกิได้จัดเต็มมาให้คุณได้สัมผัส และท้าทายให้คุณเปิดประสบการณ์ใหม่การขับขี่ Suzuki SX4 จากสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์จากรถยนต์ SUV มาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การออกแบบภายนอกของ Suzuki SX4 รถยนต์ 5ประตูในตลาดรถรุ่นนี้

ภายนอก Suzuki SX4ใช้กระจกไฟฟ้า มีกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า ส่องสว่างด้วย ไฟหน้าHalogen พร้อม ที่ปัดน้ำฝนหน้า Intermittent with timer  ใช้ล้อ ล้อ 15นิ้วแบบ Alloy (4 PCS.) และยาง 175/65 R15 มิติภายนอกของรถยนต์5ประตูในตลาดรถรุ่นนี้ มีความยาว 3,850 มม. มีความกว้าง 1,695 มม. และมีความสูง 1,510 มม.  ภายในโดดเด่นด้วย จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ พร้อมพวงมาลัยUrethane และเครื่องปรับอากาศ แบบ Standard

เป็นรถยนต์แฮตช์แบ็คอีกหนึ่งรุ่นที่ประหยัดน้ำมัน โดยมี อัตราการใช้น้ำมัน ที่ 20 km/Liter combined โดยออกแบบ ถังน้ำมันมาขนาด 42 ลิตร รองรับเชื้อเพลิง E20, เบนซิน, แก๊สโซฮอล์  แรงด้วยพลังจากเครื่องยนต์ K12B 4-cylinder 16 valve DOHC VVT 1242 ซีซี และจ่ายนำมันด้วย Multi-point fuel injection โดยมีอัตราการชักกระบอกสูบอยู่ที่ 73 x 74.2มม. พร้อมอัตรการอัดที่ 11.0 : 1 ซึ่งให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 91 ps ที่ 6,000 รอบต่อนาที  และมีแรงบิดสูงสุดที่ 118 นิวตั้นเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที  ส่งต่อความมันส์ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า Suzuki SX4 รถยนต์ในตลาดรถคันนี้นั้นมีระบบเกียร์สองแบบให้เลือกคือ เกียร์ Automatic CVT และเกียร์ Manual ให้คุณบังคับทุกเส้นทางด้วย Rack & Pinion, EPS (Electric Power Steering) ที่ให้วงเลี้ยวแคบที่ 4.8 เมตรเท่านั้น
ใหม่ Suzuki SX4 รถยนต์ 5ประตู ที่น่าสนใจในตลาดรถ

ความปลอดภัยของรถยนต์คันนี้ในตลาดรถ

ด้านความปลอดภัยของ Suzuki SX4 รถยนต์ค่ายซูซุกิคันนี้ ขับขี่ปลอดภัยด้วยระบบ Cruise control และปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัย ช่วงล่างมีทั้งระบบเบรค ABS พร้อม EBD and BA และมีระบบเบรคแบบ ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนในด้านหน้าและ ดรัมเบรก ในด้านหลัง พร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบ McPherson Strut with coil springs และ Torsion beam with coil springs ด้านท้ายเซฟตี้ด้วยความสว่างจากไฟเบรคดวงที่ 3 เซฟตี้อีกขั้นด้วย Immobilizer พร้อมระบบ เซ็นทรัลล็อค  และ Suzuki SX4 ยังมีเข็มขัดนิรภัยหน้า ELR 3 points 2 sets + เข็มขัดนิรภัยหลัง ELR 3 points 2 sets, 2 points 1 set อีกด้วย

และนี่คือรถยนต์แฮตช์แบ็คอีกหนึ่งรุ่นที่มีผู้คนให้ความสนใจพอสมควรในตลาดรถประเทศไทย และมีราคาในตลาดรถอยู่ที่ Suzuki SX4 1.6L ราคา 799,000 บาท หากใครต้องการรถยนต์แฮตช์แบ็คหรือชื่นชอบแนวนี้ รับรองว่ารถยนต์ 5ประตูจากค่ายซูซุกิไม่ทำให้ผิดหวังย่างแน่นอน

ที่มา http://th-bigbike.com/suzuki-price-list/


วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562

รถยนต์สำหรับขาซิ่งในตลาดรถ Mitsubishi Lancer EX เอาใจคนรักความแรง

รถยนต์สำหรับขาซิ่งในตลาดรถ Mitsubishi Lancer EX เอาใจคนรักความแรง
รถยนต์ซีดานสปอร์ตในตลาดรถเพื่อการซิ่งโดยเฉพาะ Mitsubishi Lancer EX สเปคแรงขวัญใจชาวซิ่ง ตอบโจทย์ความเท่สไตล์เรซซิ่งแบบเต็มพิกัด เหนือชั้นทุกระดับโฉบเฉี่ยวทันสมัย ตอบโจทย์ความมีสไตล์ได้อย่างเต็มรูปแบบ Mitsubishi Lancer EX ครบครันทุกระบบการทำงาน สะท้อนความปลอดภัยทุกองศา แกร่ง ลงตัว พร้อมปะทะทุกสภาพถนน เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย สำหรับ Mitsubishi Lancer EX รถยนต์ในตลาดรถรุ่นนี้ ก็เน้นความสปอร์ตมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่รุ่นแแลนเซอร์ ธรรมดา จนเป็นอีเอ็กซ์ ก็ยังเหนือชั้นด้านความสปอร์ตและอุปกรณ์ต่างที่แต่งมาครบสูตร เน้นความเป็นสปอร์ตส่วนใหญ่ จึงทำให้ คอสปอร์ต และผู้ที่หลงไหลในเรื่องของการแข่งขัน จึงไม่มองข้าม เพราะว่าสามารถตอบโจทย์ทุกการเคลื่อนไหวได้อย่างแน่นอน

ต้องบอกเลยว่าเป็นรถยนต์ซีดานที่เข้มเต็มสไตล์ในตลาดรถอีกรุ่นหนึ่ง มีความโฉบเฉียวเหนือชั้นแบบที่ไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย ใครชอบซีดานสไตล์นักแข่งต้องนี่แหละครับ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ แต่แลนเซอร์นั้นก็เป็นยนตกรรมที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการเป็นรถครอบครัวกลางๆ สำหรับห้าที่นั่ง เพราะว่าห้องโดยสารก็กว้างขวางให้อิสระในการนั่งอย่างเต็มที่เลยทีเดียว อีกทั้งการแสดงข้อมูลต่างๆ หรือฟังก์ชั่นต่างๆ รถยนต์ในตลาดรถรุ่นนี้ก็มีครบเช่นกัน โดยเน้นการออกแบบให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อการตอบโจทย์หลายๆด้าน แต่ก็ยังเน้นความสปอร์ตเหมือนเดิม ต้องบอกก่อนว่า หลายๆจุดมีความอัจฉริยะอย่างสัมผัสได้ และมีความทันสมัย ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ที่ได้เอามาผสมผสานเข้าด้วยกัน

ยิ่งยุคนี้เป็นยุคใหม่ ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งซีดานคันนี้ก็มีครบทุกอย่างเลยทีเดียว ยิ่งเป็นเรื่องของระบบความปลอดภัยด้วยแล้วยิ่งมั่นใจในการเซฟตี้ได้ทันที นอกจากนี้การตกแต่งต่างๆ ก็สวยงามหรูหราพอตัว ถือว่า Mitsubishi Lancer EX สปอร์ตที่สุดในตลาดรถเลยก็ว่าได้ เมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆเพิ่มความไฮคลาสทั้งภายในและภายนอกได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว มีการเน้นความสะดวกสบาย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน แต่ก็อย่างที่ว่า แลนเซอร์เป็นยนตกรรมซีดานสปอร์ต ก็ต้องเน้นความสปอร์ตซะส่วนใหญ่ หากใครชอบซีดานสปอร์ต ลองมาสัมผัสแลนเซอร์แล้วคุณจะติดใจ กับซีดานที่พร้อมสร้างเส้นทางใหม่ให้คุณ

สำหรับเฉดสีภายนอกของ Mitsubishi Lancer EX ในตลาดรถประเทศไทยนั้นมีหลายสีเลยทีเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย P19 Red Metallic (M)P19 Red Metallic (M)แดง, W54 White Pearl (P)ขาวมุก, A66 Cool Silver (M)บรอนซ์เงิน, C06 Quartz Brown (M)น้ำตาลทอง, A02 Eisen Gray Mica (P)เทาดำ, และ X08 Pyreness Black (P)ดำ แต่ละสีตอบโจทย์ความโฉบเฉี่ยวและความสปอร์ตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่ละสีสามารถบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างชัดเจนมากๆ

การออกแบบภายนอกของรถยนต์ซีดานขาซิงในตลาดรถ

การตกแต่งและมิติภายนอกของ Mitsubishi Lancer EX ยนตกรรมในตลาดรถรุ่นนี้ โดยรวมแล้วมีความยาวประมาณ 4,570 มม. กว้าง 1,760 มม. สูง 1,490 มม. มีฐานล้อ 2,635 มม.  มีความกว้าง่วงล้อหน้า 1,530 มม. มีความกว้างช่วงล้อหลัง 1,530 มม. มีระยะต่ำสุดจากพื้น 150 มม. มีน้ำหนักเปล่า 1,375 กิโลกรัม หากบรรทุกแล้วน้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 1,850 กิโลกรัม พร้อมให้รัศมีวงเลี้ยวแคบ 5.0 เมตรเท่านั้น สำหรับภายนอกเราก็จะสะดุดตากับ กันชนหน้าแบบสปอร์ต ดีไซน์สวยเข้ารูป ตัดกับ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แบบไบซีนอนได้อย่างสวยงาม เหนือชั้นด้วยระบบปรับระดับลำแสงไฟหน้า ซึ่งมาพร้อมกับ ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ทำให้สะดวกสบายทุกครั้งที่เลี้ยวเพราะว่ามาพร้อมแสงสว่างอย่างเต็มวิสัยทัศน์ เพิ่มวิสัยทัศน์การขับขี่ด้วยไฟตัดหมอกหน้า ด้านข้างสวยงามด้วยคิ้วโครเมียมที่ขอบหน้าต่าง โฉบเฉี่ยวมีสไตล์ด้วยสเกิร์ตข้างแบบสปอร์ต

เรียบหรูด้วยที่เปิดประตูด้านนอกแบบโครเมียม ทันสมัยขึ้นมาอีกนิดกับ กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า เพิ่มความสปอร์ตกว่าด้วยสปอยเลอร์หลัง แกร่งและทรงพลังไปกับ แผงครอบใต้กันชนหลัง Mitsubishi Lancer EX ยังได้มีการตกแต่งด้วยคิ้วตกแต่งชายฝากระโปรงท้าย แบบโครเมียม อีกด้วยนะครับ ทำให้เพิ่มความหรูหราของภายนอกได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว สำหรับโครเมี่ยมที่เอามาตกแต่งบริเวณชายฝากระโปรงของซีดานสไตล์สปอร์ตในตลาดรถรุ่นนี้

ดีไซน์ภายในสุดสปอร์ตในตลาดรถบ้านเรา

สำหรับภายในของ Mitsubishi Lancer EX ภายในตกแต่งแบบGloss black สะดุดตาด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย โดนใจไปกับ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เท่ด้วยระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ดีไซน์สวยงามกว่าด้วยมาตรวัดแบบ Hi-Contrast เพิ่มความหรูหราให้ห้องโดยสารไปกับ พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง แดดสองทุกข้อมูลผ่านจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ พรีเมี่ยมกว่าด้วยวัสดุหุ้มเบาะ หนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ บนเบาะนั่งแบบ Sport สะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับสูง-ต่ำได้ และเบาะนั่งหลังปรับพับ 60:40 มีสไตล์กว่าด้วยมือจับประตูด้านใน แบบโครเมียม


นั่งสบายเป็นพิเศษด้วยที่วางแขนข้างประตูคู่หน้าบุวัสดุนุ่มพิเศษ ฟรีสไตล์ทุกการเซฟตี้ด้วยกระจกไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (ด้านคนขับ) พร้อมระบบ Safety อีกทั้งระบบกุญแจอัจฉริยะ อำนวยความสะดวกด้วยคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น และที่วางแก้วน้ำพร้อมฝาปิด สนองความสบายด้วยช่องจ่ายกระแสไฟ 12 โวลต์ บันเทิงทุกเส้นทางด้วยระบบเครื่องเสียง - เครื่องเล่นดีวีดี / วีซีดี / เอ็มพี 3 / จอภาพแบบ Touch Screen 7.0 นิ้วพร้อมชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง iPod/USB มาพร้อมเทคโนโลยีระบบเครื่องเสียง - ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และ ระบบเครื่องเสียง - ระบบนำทางในรถยนต์ เย็นทุกองศาด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมเพิ่มความหรูหราให้ห้องโดยสารด้วยพรมรองพื้นมากกว่ารถยนต์รุ่นอื่นๆในตลาดรถทั่วๆไป

ขุมกำลังความแรง

ด้านเครื่องยนต์ Mitsubishi Lancer EX แรงด้วยพลังจาก ดับเบิ้ล โอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ MIVEC II 16 วาล์ว 1,998 ซีซี มีความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก ที่ 86.0 x 86.0 มม. มีอัตราส่วนกำลังอัด10.0 : 1 แรงด้วยกำลังสูงสุด 113kW (154PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดที่ 198N-m ที่ 4,250รอบต่อนาที แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใช้ระบบเชื้อเพลิงแบบ ECI - MULTI (Electronically controlled - Multi point injection) รองรับน้ำมันเบนซิน 91, 95 แก๊สโซฮอล์ E10 , E20 

สามารถจุน้ำมันได้ถึง 59 ลิตร ถือว่ามีความจถมากพอสมควรเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆในตลาดรถบ้านเรา พร้อมส่งกำลังผ่านระบบเกียร์แบบ INVECS-III CVT อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้Œอม Sport Mode โดยมีอัตราการทดเกียร์อยู่ที่ 2.349 - 0.394 ควบคุมทุกเส้นทางผ่านพวงมาลัยแบบ แร็คแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรง ช่วงล่างปลอดภัยด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบ แบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบแบบอิสระมัลติลิงค์ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง เบรคนุ่มด้วยเบรคหน้าแบบ ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน พร้อมดิสก์เบรกหลัง Mitsubishi Lancer EX เพิ่มพลังการยึดเกาะถนนด้วยล้อ 18 นิ้ว พร้อมยาง 215 / 45 R18 ที่จะช่วยรถยนต์ของคุณยึดเกาะถนนได้อย่างเหนือชั้น แม้ว่าสภาพถนนจะเป็นอย่างไรก็ตาม


ตอบโจทย์ความปลอดภัยกับรถยนต์คันนี้ ด้วยระบบเบรกแบบ ABS ที่ผสานการทำงานกับ ระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA ปลอดภัยด้วยระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS เสริมความมั่นใจด้วยเหล็กค้ำโช๊ค เซฟตี้ทุกที่นั่งด้วยถุงลมนิรภัยด้านคนขับ และผู้โดยสาร ตอนหน้า Mitsubishi Lancer EX ปกป้องคุณด้วยเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ พร้อมระบบผ่อนแรง โดยรถยนต์ในตลาดรถสไตล์สปอร์ตขาซิ่งรุ่นนี้ เป็นเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง พร้อมปรับระดับได้ และเข็มขัดนิรภัยเบาะหลังแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง ในขณะที่เข็มขัดนิรภัยเบาะหลังแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่งและแบบ ELR 2 จุด 1 ตำแหน่ง ระบบความปลอดภัยด้านอื่นๆก็ยังมีอีกหลายจุดเช่น ระบบสัญญากันขโมย และระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม พร้อมทั้งระบบกุญแจอัจฉริยะ ที่ป้องกันการโจรกรรมได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ Mitsubishi Lancer EX ยังมีระบบสัญญาณกันขโมย และ ระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม อีกทั้ง ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED มาให้ด้วยนะครับ เรียกว่าครบครันสุดเรื่องความปลอดภัย ทำให้คุณมั่นใจในการเดินทางได้อย่างแน่นอน เพราะว่ามีทั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลและระบบการเซฟตี้อื่นเข้ามาช่วยเสริมเพิ่มความมั่นใจให้คุณตลอดเวลาที่ขับขี่อย่างยอดเยี่ยมและนี่คือความปลอดภัยภาพรวมของรถยนต์ซีดานในตลาดรถปีนี้นั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้าง ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ในตลาดรถอีกรุ่นที่น่าสนใจจริงๆ สำหรับ Mitsubishi Lancer EX ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็สวยงาม สปอร์ต โดนใจขาซิงแน่นอน และนี่คือรถยนต์ในตลาดรถอีกหนึ่งรุ่นในประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับมาหลายๆต่อหลายรุ่น

ราคา Mitsubishi Lancer EX GLX

รถยนต์ Mitsubishi Lancer EX GLX 1.8 ราคา 799,000.
รถยนต์ Mitsubishi Lancer EX GLS Ltd. 1.8 ราคา 899,000.
 ที่มา http://th-bigbike.com/mitsubishi-price-list/
รถยนต์ Mitsubishi Lancer EX GT ราคา 1,054,000.