แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคารถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคารถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564

Motor Show สรุปยอดผู้เข้าร่วมงานและยอดจองรถยนต์ใหม่ในตลาดรถ

 


เตรียมพบกับงานแสดงรถยนต์ในตลาดรถครั้งยิ่งใหญ๋ในประเทศต้อนรับฤดูร้อน กับงานที่มีชื่อว่า Bangkok International Motor Show (มอเตอร์โชว์) สรรสร้างบนมาตรฐานของเทคโนโลยีเหนือระดับของทุกยนตกรรม ตอบรับทุกความต้องการ พร้อมให้ชมและสัมผัสได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่ผู้ร่วมงานจะได้พบกับการเปิดตัวรถใหม่จากค่ายรถยนต์ชั้นนำของเมืองไทย, ข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษ, จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถและอุปกรณ์บำรุงรักษา รวมไปถึงร่วมสนุกและลุ้นรางวัลจากกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมาย

ผู้สนใจสามารถร่วมงานแสดงรถยนต์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ได้ที่งาน Bangkok International Motor Show หรืองาน Motor Show ที่ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

สำหรับรายละเอียดวันเวลา มีรายละเอียดดังนี้

  • รอบ VIP 21 มีนาคม เวลา 12.00-20.00 น.
  • รอบสื่อมวลชน 22 มีนาคม9 เวลา 09.59 – 18.00 น. 
  • รอบบุคคลทั่วไป 23 มีนาคม - 3 เมษายน  (ค่าบัตรเข้าชมงาน 100 บาท)

เปิดงานแสดงรถยนต์ระดับประเทศ "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์" มีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์, จักรยานยนต์ และอุปกรณ์ประดับยนต์ ร่วมออกบูธจัดแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ในตลาดรถ พร้อมเพิ่มพื้นที่การจัดงานมากที่สุดในเอเชีย กว่า 140,000 ตารางเมตรให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

ภายในงานจะได้พบกับค่ายรถยนต์ในตลาดรถหลากหลายระดับจากค่ายรถชั้นนำไปจนถึงค่ายรถยนต์หรูและค่ายรถซุปเปอร์คาร์ ตลอดจนถึงรถมอเตอร์ไซค์และบิ๊กไบค์ค่ายต่างๆ ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัส และจับจองเป็นเจ้าของ โดยมาพร้อมกับแคมเปญข้อเสนอสุดพิเศษที่ให้คุณได้เป็นเจ้าของที่ง่ายยิ่งขึ้น รวมไปถึงสัมผัสนวัตกรรมจากค่ายรถต่างๆ ทั้งรถต้นแบบ, รถใหม่จากต่างแดน และเทคโนโลยีต่างๆ ให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และมาพร้อมกับกิจกรรมสุดพิเศษอีกด้วย

นอกจากจะได้สัมผัสรถยนต์และรถจักรยานยนต์ใหม่ในตลาดรถแล้ว ภายในงานยังคับคั่งด้วยโซนจัดแสดง Accessory, อุปกรณ์ดูแลรถยนต์ให้ผู้รักรถได้เลือกซื้อทั้งแต่งรถและดูแลรักษารถ รวมไปถึงบริเวณพื้นที่นอกชาเลนเจอร์ฮอลล์ ก็ยังมีพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองขับรถรวมไปถึงบริเวณริมทะเลสาบก็มีกิจกรรมสุดท้าทายให้ผู้ร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิด บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ พร้อมให้ผู้ร่วมงานได้เข้าชมแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 3 เมษายนชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ผ่านพ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงานแสดงรถยนต์ระดับประเทศ งาน Bamgkok International Motor Show โดยจัดงานตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายนที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานได้เปิดตัวรถใหม่มากมาย งานแสดงรถยนต์ต้นแบบจากต่างประเทศมารวมไว้ที่นี่ พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

 และที่พลาดไม่ได้ คือการสรุปยอดผู้เข้าชมงานและยอดจองรถภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ โดยยอดผู้เข้าร่วมงานทั้ง 12 วันนั้น รวมทั้งสิ้น 1.7 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับงานมอเตอร์โชว์เมื่อปีที่ผ่านมา หากเจาะลึกในด้านของกลุ่มผู้เข้าชมงานหลักส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนในวัยทำงานที่ให้ความสนใจรถยนต์ระดับราคารถยนต์ ตั้งแต่ 7 แสนบาทขึ้นไป ที่ต้องการสำรวจและจับจองรถยนต์นั่งขนาดกลาง รถครอบครัว และรถกระบะเป็นหลัก ส่วนทางด้านกลุ่มเป้าหมายรถยนต์ขนาดเล็กที่ต่ำกว่า 7 แสนและกลุ่มรถยนต์มากกว่า 2 ล้านก็ยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

สำหรับยอดจองรถยนต์ตลอด 12 วันภายในงาน Motor Show นั้น ได้เผยยอดจองรถยนต์รวมทั้งสิ้น 37,027 คัน สำหรับค่ายรถที่ครองแชมป์ยอดจองสูงสุด มีดังนี้

     1. รถยนต์ Toyota 6,144 คัน

     2. รถยนต์ Honda 5,069 คัน

     3. รถยนต์ Mazda 4,584 คัน

     4. รถยนต์ Isuzu 4,485 คัน

     5. รถยนต์ Nissan 4,042 คัน

เรียกได้ว่ายอดจองรถยนต์ สูงสุดนั้นยังคงเป็นค่ายรถญี่ปุ่นติดมากถึง 5 ค่ายรวดเลยทีเดียว ทางด้านรถยนต์หรูนั้นก็มียอดจองที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่พลาดงานนี้ ก็เตรียมรอข่าวคราวของรถยนต์  และการเปิดตัวงาน Bamgkok International Motor Show หรือ Motor Show ในปีหน้านี้ว่าจะเผยคอนเซ็ปต์อะไร รวมไปถึงจะมีอะไรเพิ่มเติมให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกันในโอกาสต่อไป

ดูข้อมูลรถยนต์ใหม่ได้ที่ http://th-bigbike.com/

ค่ายรถยนต์ Ford ส่งยนตกรรมโฉมใหม่ที่งาน Motor Show

 


ค่ายรถยนต์ Ford เปิดราคารถยนต์หลายรุ่นออกมาในตลาดรถ เดินหน้าสู่การนำเสนอยนตกรรมอันล้ำสมัยให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ประเดิมด้วยการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ New Ford Focus 1.5 EcoBoost อันทรงพลังและล้ำสมัยอีกขั้น, Ford Ecosport และ Ford Fiesta รุ่นสีพิเศษ โดยสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมยนตกรรมรุ่นอื่นๆ, กิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษ

ราคารถยนต์ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มีรุ่นย่อยหลายรุ่นให้เลือกเป็นเจ้าของ สานต่อความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการผลิตรถยนต์คุณภาพเยี่ยมสำหรับประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ เครื่องยนต์อันทรงพลัง และระบบการเชื่อมต่อล้ำสมัยเหนือมาตรฐานรถยนต์ในระดับเดียวกัน โดย ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ บรรจุขุมพลังเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ 1.5 ลิตร 4 สูบ ที่สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ที่มอบสมรรถนะสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-5,000 รอบ/นาที ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ยังมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติทอร์ค คอนเวอร์เตอร์แบบ 6 สปีด ใหม่ เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในการทำงานควบคู่กับเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร รวมไปถึงได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน

นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เหนือชั้นและล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิม เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงทุกการเชื่อมต่อสื่อสารได้ทุกเวลา ได้แก่

  • ระบบช่วยจอดรถยนต์อัจฉริยะใหม่ (Enhanced Active Park Assist): ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก ระบบช่วยจอดแบบคู่ขนาน (Parallel Park Assist) โดยเพิ่ม ระบบช่วยถอยจอดเข้าซอง (Perpendicular Park Assist) เทคโนโลยีช่วยจอดรถเข้าซอง โดยไม่ต้องใช้มือบังคับพวงมาลัย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถถอยรถเข้าเข้าซองได้แม้ในพื้นที่จำกัด
  • ระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (Active City Stop): ได้รับการปรับปรุงเพื่อช่วยลดอัตราการชนขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบจะทำงานโดยลดแรงบิดของเครื่องยนต์ และควบคุมเบรกอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดแรงปะทะจากการชน ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้ทันท่วงที
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 3 (SYNC 3): ซิงค์ 3 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมหน้าจอสีทัชสกรีน 8 นิ้ว แบบโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่ตอบสนองการสั่งงานด้วยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ระบบซิงค์ 3 ใหม่ ยังได้รับการปรับปรุง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบความบันเทิงภายในรถ และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย ผ่านคำสั่งเสียง ทั้งยังรองรับการใช้งานแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ (Apple CarPlay)

สำหรับราคารถยนต์ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ รุ่น 5 ประตู ในตลาดรถ ได้รับการผลิตและประกอบขึ้นที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จังหวัดระยอง มีสีตัวถังทั้ง 5 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน วินนิ่ง บลู (Winning Blue)/ สีดำ แพนเทอร์ แบล็ก (Panther Black)/ สีเทา แม็คเนติก เกรย์ (Magnetic Grey)/ สีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red)/ สีขาว โฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) โดยพร้อมให้คุณได้จับจองแล้ววันนี้ในราคารถยนต์รุ่นนี้คือ 1,099,000 บาท ทั้งในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่เมืองทองธานี หรือที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ และพร้อมส่งมอบรถได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

ประธานฟอร์ด อาเซียน กล่าวถึงการนำเสนอรถยนต์ Ford Focus ว่า "ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ เป็นรถตามมาตรฐานระดับโลกของฟอร์ดรุ่นล่าสุด ที่เราพร้อมจัดแสดงในโชว์รูม และนำเสนอแก่ลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งเรามุ่งหวังว่า ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ จะสร้างความสนใจจากผู้บริโภค และช่วยให้เราเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการเติบโตด้านส่วนแบ่งทางการตลาดรวมในประเทศไทย อันเป็นตลาดสำคัญของเรา"

"New Ford Focus พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ด ที่จะส่งมอบรถยนต์มาตรฐานระดับโลกของฟอร์ดสู่ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะให้กับตลาดรถยนต์ขนาดกลาง" กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว "เมื่อไม่กี่ปีนี้ เทคโนโลยีหลายๆ อย่างในฟอร์ด โฟกัส ใหม่ นั้นได้รับการติดตั้งในรถยนต์ราคาแพงเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากขึ้นสามารถสัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ในรถยนต์ราคาที่เข้าถึงได้"

ในบูธฟอร์ด ยังได้พบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ พร้อมรุ่นพิเศษที่ได้เปิดตัวภายในงานมอเตอร์โชว์นี้ เช่น ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ใหม่ รุ่นพิเศษ แบล็ก อิดิชั่น (Black Edition) ได้รับการตกแต่งภายนอกรอบคันด้วยสีดำทั้งบริเวณโครงหลังคา และล้อไทเทเนี่ยมอัลลอยสีดำขนาด 16 นิ้ว นอกจากนี้ เอคโค่สปอร์ต ยังมีเฉดสีใหม่สีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red) ในราคาเริ่มต้นที่ 714,000 บาท

ฟอร์ด เฟียสต้า เปิดตัว รุ่นแบล็ก ลิมิเต็ด (Black Limited) ในสีทูโทนดำแดง ซึ่งมีให้เลือกในรุ่น Sport แบบ 5 ประตู ที่ราคารถยนต์รุ่นนี้อยู่ที่ 719,000 บาท นอกจากนี้ ฟอร์ดได้แนะนำสีสันใหม่สำหรับฟอร์ด เฟียสต้า ซึ่งได้แก่ สีน้ำเงิน วินนิ่งบลู (Winning Blue) และสีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red) ในราคารถยนต์เริ่มต้นที่ 644,000 บาท

ภายในงาน ลูกค้าจะได้ร่วมสัมผัสรถยนต์ Ford Everest ที่เพิ่งคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี โดยได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดเหนือชั้น ผสมผสานกับคุณภาพการขับขี่ยอดเยี่ยม พร้อมการควบคุมที่คล่องตัว ทำให้ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ เปี่ยมสมรรถนะ เกินความคาดหมายของผู้บริโภคกลุ่มรถเอสยูวี และรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง Ford Ranger จะถูกนำมาจัดแสดงภายในงานด้วยเช่นกัน โดยรถรุ่นดังกล่าว มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และสะดวกสบายยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ รวมถึง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนป้องกันการชนรถคันหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบรักษาเลน (Lane Keeping System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam Control) และระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่ (Driver Alert System)

นอกจากการจัดแสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ แล้ว ภายในบูธฟอร์ดยังมีการจัดแสดงข้อมูล เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้ทราบถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการยกระดับและพัฒนาบริการให้กับลูกค้าและการขยายเครือข่ายการให้บริการทั่วประเทศ รวมถึงข้อมูลและตำแหน่งของตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมโปรแกรมบริการหลังการขายต่างๆ ได้แก่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) การนัดตรวจสภาพรถยนต์ล่วงหน้า (Scheduled Service Plan) ประกัน Ford Ensure บริการรับประกันจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมง โปรแกรมขยายความคุ้มครอง (Premium Protection Plus) และบริการให้ความช่วยเหลือทางโทรศัพท์

"Ford เดินหน้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า และการเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดให้สอดคล้องกับคุณภาพรถยนต์ระดับโลกของฟอร์ด เราเชื่อมั่นว่า ลูกค้าฟอร์ดจะสามารถสังเกตและรับรู้ได้อย่างชัดเจน ถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการให้บริการ ซึ่งมุ่งเน้นพัฒนาในสามส่วนหลัก ได้แก่ ความสะดวกในการรับบริการของลูกค้า คุณภาพของการให้บริการ และการปรับภาพลักษณ์ที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ฟอร์ดในด้านการบริการ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด เราได้ขยายระยะเวลาบริการฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง เพิ่มขึ้นเป็น 5 ครั้ง หรือระยะเวลา 75,000 กิโลเมตร สำหรับรถฟอร์ดทุกรุ่น" คุณยุคนธรกล่าว

และ Ford ยังได้มอบข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับรถยนต์ฟอร์ดคุณภาพระดับโลกในประเทศไทย สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ภายในงาน เฉพาะช่วงเวลาพิเศษนี้เท่านั้น ได้แก่

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XLT 4x2 Hi-rider
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนนาน 60 เดือนพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น 2.2 ลิตร
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต
  • ดาวน์เพียง 10%  พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด โฟกัส ใหม่

ค่ายรถยนต์ ฟอร์ด พร้อมให้คุณได้สัมผัสยนตกรรมสุดล้ำในราคารถยนต์ที่เข้าถึงได้พร้อมกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่บูธ Ford  ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นเนล มอเตอร์โชว์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 เมษายน ที่ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564

ราคารถยนต์ Mini Countryman รุ่นใหม่ในตลาดรถ

 


ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าลูกค้ามีความต้องการรถอเนกประสงค์ 5 ประตูมากกว่าเดิม และราคารถยนต์ใหม่ก็ ไม่ว่าจะเป็นรถเอสยูวี, ครอสโอเวอร์, รถแวนไปจนถึงแฮทช์แบ็ค ที่ชูจุดเด่นการประยุกต์รูปแบบการใช้งานที่หลากหลายและให้ความคุ้มค่าที่มากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ารถหลายๆ ค่ายเริ่มตามกระแสการพัฒนารถประเภทนี้รองรับความต้องการลูกค้าโดยเฉพาะ

Mini ค่ายรถยนต์ที่ดูเหมือนว่าจะตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ได้ดี รวมไปถึงมีข่าวคราวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตัวรถในค่ายมินิ ทั้งเพิ่มโมเดลรถใหญ่ทั้งรถยนต์ Mini Countryman และ Mini Clubman โฉมใหม่ล่าสุดไปจนถึงการขยายตัวถัง Mini Hatch จาก 3 เป็น 5 ประตู พร้อมกับยุติการผลิตรถแบบโร๊สเตอร์ ซึ่งการเปลี่ยนในครั้งนี้แม้จะดูเหมือนสวนกระแสชื่อและคอนเซปต์ของรถ แต่ผลลัพธ์นั้นสามารถครองใจลูกค้าได้ดีกว่าเดิม โดยราคารถยนต์ใหม่นี้น่าจะถูกใจใครหลายๆคน

ซึ่ง Mr. Sebastian Mackensen รองประธานอาวุโสแห่ง Mini ได้เผยออกมาโต้งๆ และแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ว่า "ผู้คนส่วนใหญ่ถูกกำหนดในความคิดเดิมๆ ว่า มินิ ต้องเป็นรถขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว ซึ่ง Mini ก็เป็นเพียงแค่ชื่อรถ และชื่อก็ไม่ได้หมายความว่าจะเล็กซะทีเดียว โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่า มินิ ควรจะทำอะไรได้มากกว่านั้น แม้ทางเราจะให้ความเคารพถึงขนบและเอกลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่โลกที่หมุนอย่างต่อเนื่อง มินิเองก็ต้องเติบโตตามกระแสเพื่อพัฒนารถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายโดยยังรักษาเอกลักษณ์เดิมที่ไม่ใช่เรื่องของขนาด"

ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า Mini Countryman ก็จะมีการขยายร่างเพื่อตอบโจทย์ขาลุยถึงความกว้างขวางได้มากขึ้น รวมไปถึง Mini Superleggera รถเปิดประทุนที่จะขยายให้ใหญ่ในระดับที่เหมาะสมก็ได้รับไฟเขียวให้พัฒนาอีกด้วย งานนี้ต้องรอดูทิศทางของรถใหม่จาก Mini อีกสักระยะ

ราคารถยนต์ Mini Countryman ในตลาดรถ

ราคารถยนต์ MINI COOPER S F60 ENTRY1,999,000.
ราคารถยนต์ MINI COOPER S HIGHTRIM F602,529,000.

 ราคารถยนต์ Mini Countryman อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

หลังจากที่ MINI ประกาศการพัฒนา All New Mini Countryman พร้อมเปิดตัวภายในปี 2017 นี้ ซึ่งในเวลานี้ได้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะปรับโฉมให้ใหญ่ขึ้น เพื่อยกระดับเป็นรถ SUV เต็มตัว หลังจากที่ในเจเนอเรชั่นปัจจุบันยังมีขนาดที่ไม่ใหญ่ จนสร้างความก้ำกึ่งทั้งการเรียกประเภทรถและคุณสมบัติการใช้งาน เพราะในเวลานั้น MINI ยังคงยึดติดกับการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กอยู่

สื่อเว็บไซต์ยานยนต์จากประเทศอังกฤษได้เผยว่า ทางมินิจะมีแผนการพัฒนาตัวภังของมินิ คันทรีแมนให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยกระดับการบรรทุกสิ่งของหรือผู้โดยสารมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่ยังรักษาหน้าตาเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อให้สาวกรถคันเล็กจากอังกฤษสามารถใช้งานได้คุ้มค่าและอเนกประสงค์มากขึ้นตามแบบฉบับของ MINI

ด้านรายละเอียดการปรัับปรุงตัวถังใหม่นั้นได้เผยคร่าวๆ ว่า Mini Countryman อาจมีความยาวขึ้นถึง 4.25 เมตร ขยายความกว้างขึ้นอีก 10 มม. และปรับปรุงห้องสัมภาระท้ายให้มีความกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย

ทั้งนี้ All New Mini Countryman อาจมีกำหนดการการเปิดตัวภายในปลายปีนี้ และราคารถยนต์ได้เปิดเผยมาแล้วและวางจำหน่ายจริงในปีถัดไป

ราคารถยนต์ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม ราคาจำหน่าย 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)


วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562

ราคารถใหม่ Honda CR-Z รถยนต์อเนกประสงค์ระบบไฮบริด

รถยนต์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับระบบไฮบริดสำหรับราคารถยนต์ใหม่ Honda CR-Z ที่เป็นรถยนต์แนวสปอร์ตร้อนแรงโดยผสานการทำงานของเครื่องยนต์กับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า IMA ทำให้มันกลายเป็นรถยนต์แนวสปอร์ตที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมานั้นถือว่าเทคโนโลยีของพลังงานทางเลือกได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์อย่างมาก รวมไปถึงในเรื่องของยานยนต์ที่มีระบบไฮบริดเข้ามาเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมบรรจุเข้าไปในรถยนต์รุ่นต่างๆมากขึ้น

แต่เราก็ยังไม่ค่อยจะได้เห็นรถยนต์แนวสปอร์ตที่จะหันมาใช้ระบบพลังงานทางเลือกอย่างระบบไฮบริดเข้ามาใช้ในการทำงานของเครื่องยนต์มากนัก แต่แล้วค่ายรถยนต์ดังอย่าง ฮอนด้า ก็ทำให้โลกต้องประหลาดใจเมื่อพวกเขาส่ง Honda CR-Z ทำให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของรถยนต์แนวสปอร์ตไฮบริด ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง  โดยมาพร้อมกับ 4 เฉดสีให้คุณได้เลือกด้วยกัน ทั้ง สีเเดงมิลาโน, สีเทาสตอร์ม (เมทัลลิก) สีดำ และสีขาว พรีเมี่ยม (มุก)

ราคารถยนต์ Honda CR-Z

ราคารถยนต์ CR-Z JP 1,975,000 บาท
 ตรวจสอบราคารถยนต์ใหม่รุ่นอื่นๆได้ที่>> ราคารถยนต์ใหม่

ดีไซน์ภายนอกรถยนต์ Honda CR-Z

สำหรับการออกแบบภายนอกของรถยนต์ Honda CR-Z นั้นก็ได้รับการดีไซน์ล้ำสมัย เฉียบคมทุกมุมมอง โฉบเฉี่ยวสวยงามเน้นความต่อเนื่อง ของเส้นสายตั้งแต่หัวจรดท้าย โดยที่มีตัวถังนิรภัยในแบบ จี-ฟอร์ซ คอนโทรล (G-Force Control) หรือ จี-คอน (G-CON) รวมถึงการดีไซน์ตัวรถที่เน้นให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ฐานล้อสั้นแบบ รถสปอร์ต และให้มีระยะห่างระหว่างล้อซ้าย-ขวา ทั้งคู่หน้าและหลังที่กว้าง ช่วยเพิ่มความมั่นคงของตัวรถในขณะขับขี่
ด้วยข้อดีข้อนี้ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ โลดแล่นได้อย่างอิสระตามความต้องการ พร้อมกับ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ดุดันแนวสปอร์ตเต็มขั้น นอกจากนี้ยังมีกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์เฉียบคม ช่วยเพิ่มมิติความสปอร์ตทุกมุมมอง ส่วนไฟท้ายก็เป็นแบบ LED สปอร์ตโฉบเฉี่ยวทุกองศา และนี่คือดีไซน์ภายนอกต้องบอกได้คำเดียวว่าสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก

ดีไซน์ภายในรถยนต์ Honda CR-Z

สำหรับภายในห้องโดยสารของรถยนต์ Honda CR-Z นั้นมาพร้อมกับห้องโดยสารสไตล์สปอร์ตเร้าใจในทุกมิติ พร้อมด้วยเบาะที่นั่งที่ให้ความโอบกระชับ โดยเบาะที่นั่งแถวหลังสามารถปรับพับได้แบบแบนราบ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย และมีหัวเกียร์ที่มีดีไซน์สปอร์ตเร้าใจเป็นอย่างยิ่ง โดยที่แผงคอนโซลนั้นก็มีการดีไซน์ในแบบสปอร์ตเร้าใจพร้อมกับมีมาตรวัดที่แสดงผลข้อมูลในการขับขี่ทุกอย่างชัดเจน

เพลิดเพลินไปกับทุกจังหวะด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมเครื่องเล่นดีวีดี ส่วนทางด้านของความปลอดถัยนั้น ก็เรียกว่ามีความสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมากด้วยถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง รอบห้องโดยสารเลยทีเดียว ซึ่งในส่วนของถุงลมคู่หน้าจะเป็นแบบ Dual SRS ส่วนถุงลมด้านข้างคู่หน้าเป็นแบบอัจฉริยะ i-Side Airbags และเสริมด้วยม่านถุงลมด้านข้างที่ช่วยให้ความปลอดภัยมีสูงขึ้นอย่างมาก

สมรรถนะความปลอดภัย
ทางด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์นั้น ต้องบอกก่อนเลยว่ารถยนต์ Honda CR-Z รุ่นล่าสุดนั้นเป็นการนำเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดที่ฮอนด้าได้วิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องอย่างยาวนานมาบรรจุเข้าไว้ ด้วยสมรรถนะแห่งความสปอร์ตเร้าใจอย่างเต็มสูบด้วยเครื่องยนต์แบบ SOHC ที่มีขนาดความจุ 1.5 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ i-VTEC สามารถให้กำลังสูงสุดถึง 111 แรงม้า ในส่วนของพลังงานไฮบริดนั้นมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ IMA หรือ Integrated Motor Assist ที่ช่วยเสริมกำลังเครื่องยนต์แบบปกติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมกับความล้ำสมัยในการขับขี่ด้วยระบบการขับขี่ในแบบ 3 โหมดที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการในการขับเคลื่อนในแบบปกติและแบบประหยัดพลังงานด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อให้ทุกการขับขี่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ

โดยที่ระบบไฮบริดนั้นเป็นเทคโนโลยีที่ถือว่ามีความชาญฉลาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกการขับเคลื่อนโดยที่มีเครื่องยนต์ปกติเป็นแหล่งพลังงานหลัก เสริมกำลังเพิ่มความแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยทุกขั้นตอนเป็นการจัดการที่ถือว่ายอดเยี่ยมในการจัดการกับพลังงานเพื่อให้สามารถใช้พลังงานได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ และที่สำคัญนั้นก็คือมอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์ใหม่ Honda CR-Z ได้รับการออกแบบให้มีขนาดที่กะทัดรัด พร้อมทั้งในส่วนของแบตเตอรี่ไฮบริดนั้นก็มีน้ำหนักเบา โดยมันจะจัดวางอยู่ใต้ห้องสัมภาระด้านท้าย จึงไม่ทำให้สูญเสียพื้นที่ด้านบนไปแต่อย่างใด นับว่าเป็นการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อโลกอย่างแท้จริง

โดยการขับเคลื่อนของรถยนต์ Honda CR-Z จะมาใน 3 โหมด ซึ่งก็มีทั้ง Sport Mode ที่เป็นโหมดที่ช่วยเพิ่มความสนุก และการตอบสนองที่เร้าใจในทุกการขับขี่ โดยที่ตัวระบบจะปรับการทำงาน ของลิ้นปีกผีเสื้อ มอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเกียร์ให้การตอบสนองต่อการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการปรับการทำงานของระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้าให้สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ เพื่อการเข้าถึงอารมณ์สปอร์ตอย่างแท้จริง นอกจานี้ยังมี Normal Mode ที่เป็นโหมดการขับขี่แบบปกติที่ให้ความสมดุลระหว่างความสนุกสนานในการขับขี่ และการประหยัดน้ำมัน สู่ทุกการขับขี่ที่ราบรื่นคล่องตัว
และสุดท้าย ECON Mode ที่เป็นโหมดการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และดูแลสิ่งแวดล้อม โดยระบบจะปรับการทำงานของลิ้นปีกผีเสื้อ มอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเกียร์ให้ทำงานสัมพันธ์กัน ในขณะรถวิ่ง นอกจากนั้นระบบจะควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศ และการหมุนเวียนของอากาศภายในห้องโดยสาร ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายนอกรถ ซึ่งโหมดนี้จะช่วยควบคุม เครื่องยนต์ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับรถยนต์ใหม่รุ่นนี้